ครูสาวเครียดถูกสอบ ยันไม่รู้ศิษย์ปล้นรถทำคาร์บอมบ์


ครูสาวเครียดถูกสอบ ยันไม่รู้ศิษย์ปล้นรถทำคาร์บอมบ์

ครูสาวเครียดถูกสอบ 3 วัน รับให้ที่พักพิงลูกศิษย์จริง แต่ไม่รู้ว่าลูกศิษย์ไปทำอะไรมา...

เดลินิวส์ออนไลน์รายงานว่า จากกรณีฝ่ายความมั่นคงได้นำกำลังไปยังบ้านพักของ น.ส.อาสียัน วาจิ อายุ 36 ปี จ.ปัตตานี เป็นอาจารย์สอนวิชาอังกฤษ โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ จังหวัดยะลา หลังเจ้าหน้าที่เชื่อว่า มีเอี่ยวและเป็นผู้ที่ให้พักพิง แก่กลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่

ครูสาวเครียดถูกสอบ ยันไม่รู้ศิษย์ปล้นรถทำคาร์บอมบ์

ซึ่งเป็นบุคคลที่เจ้าหน้าทีได้มีการควบคุมตัวมาแล้ว คือ นายมูหมัดรอซาลี แมะอูมา อายุ 27 ปี อาชีพค้าขาย เมื่อ 30 มี.ค.2564 โดยเจ้าหน้าที่เชื่อว่า นายมูหมัดรอซาลี มีส่วนเกี่ยวข้องปล้นรถขนส่งพัสดุภัณฑ์ไปติดตั้งระเบิดคาร์บอมบ์แล้วถูกนำมาจอดทิ้งไว้หลัง สภ.รามัน อ.รามัน จว.ยะลา เมื่อวันที่ 12 มี.ค.2564 เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ไปเชิญตัว น.ส.อาสียัน ไปยังค่ายอิงคยุทธบริหาร ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เพื่อชักถาม สอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องนี้

ครูสาวเครียดถูกสอบ ยันไม่รู้ศิษย์ปล้นรถทำคาร์บอมบ์

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 5 มี.ค. เจ้าหน้าที่ได้มีการปล่อยตัว น.ส.อาสียัน หลังได้มีการเชิญตัวไปซักถามตลอด 3 วันที่ผ่านมา โดยวันนี้ ได้พาไปยังสถานีตำรวจภูธรเมืองปัตตานี เพื่อทำการลงบันทึกประจำวัน โดยบรรยากาศได้มี ญาติพี่น้อง เพื่อนๆ และลูกศิษย์ ได้เดินทางมามารับครูเป็นจำนวนมาก พร้อมแสดงความดีใจ และโอบกอดครูสาว

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่อาจจะมีการเชิญเพื่อไปสักถามเพิ่มเติม โดยวันนี้เจ้าหน้าที่ยังคงไม่คืนอุปกรณ์เครื่องใช้ เสื้อผ้า หมอน และมือถือ เนื่องจะต้องทำการเก็บข้อมูลต่างๆ รวมทั้งตรวจสอบ DNAเพื่อนำไปขยายผลต่อไป

ครูสาวเครียดถูกสอบ ยันไม่รู้ศิษย์ปล้นรถทำคาร์บอมบ์

ภายหลัง น.ส.อาสียัน เปิดเผยว่า ตนเป็นผู้ที่ให้ที่พักพิงแก่ นายมูหมัดรอซาลี แมะอูมา จริง เนื่องจากเห็นว่าเป็นลูกศิษย์และขอพักอยู่ไม่กี่วัน ตนไม่ทราบเลยว่าไปทำอะไรที่ไหนมา หลังเจ้าหน้าที่ปล่อยตัวรู้สึกดีใจมาก ช่วงเวลาที่อยู่ศูนย์ชักถาม ที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานีนั้น

เจ้าหน้าที่ก็ดูแลเป็นอย่างดีตั้งแต่วันแรก และหากพูดถึงสภาพจิตใจ ก็มีตกใจเล็กน้อยในช่วงวันแรก จากนั้นก็มีบ้างที่มีความเครียด โดยภาพรวมก็เป็นไปตามปกติ หลักจากที่ได้มีการปล่อยตัวแล้ว ก็ยังคงมีความเป็นห่วงและกังวล เพราะอาจจะโดนเชิญตัวไปอีกครั้ง และอาจจะเป็นจังหวะที่ครูสอนหนังสือ

......

เพิ่มเติม การฆ่าคนในอิสลามถือเป็นบาปหนัก บาปความผิดที่ยิ่งใหญ่และถือเป็นความชั่วร้ายที่สุดทั้งในดุนยาและอาคิเราะฮฺ รองลงมาจากการตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺ คือการฆ่าชีวิตที่บริสุทธิ์ อัลลอฮฺ ตะอาลา ตรัสว่า

ความว่า:  “และบรรดาผู้ที่ไม่วิงวอนขอพระเจ้าอื่นใดคู่เคียงกับอัลลอฮ และพวกเขาไม่ฆ่าชีวิตซึ่งอัลลอฮทรงห้ามไว้เว้นแต่เพื่อความยุติธรรม และพวกเขาไม่ผิดประเวณี และผู้ใดกระทำเช่นนั้นจะได้พบกับความผิดอันมหันต์ การลงโทษในวันกิยามะฮฺจะถูกเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าสำหรับเขา และเขาจะอยู่ในนั้นอย่างอัปยศ”  (อัลฟุรกอน: 68-69)

ทั้งนี้ พระองค์ได้ทรงกำหนดไว้ว่าบทลงโทษสำหรับผู้ที่ฆ่าผู้ศรัทธาโดยเจตนานั้น คือการพำนักอยู่ในนรกตลอดกาล ความโกรธกริ้วและการสาปแช่งของอัลลอฮฺ ตลอดจนการลงโทษที่เจ็บแสบสาหัสซึ่งพระองค์ทรงเตรียมไว้ อัลลอฮฺ ตรัสว่า

ความว่า: “และผู้ใดฆ่าผู้ศรัทธาโดยจงใจ การตอบแทนแก่เขาก็คือนรกญะฮันนัม โดยที่เขาจะอยู่ในนั้นตลอดกาล และอัลลอฮฺก็ทรงกริ้วโกรธเขา และทรงสาปแช่งเขา และได้ทรงเตรียมไว้สำหรับเขาซึ่งการลงโทษอันใหญ่หลวง” (อันนิสาอ์: 93)

ที่มา: www.dailynews.co.th

อัพเดทล่าสุด