ร้องเรียน!! ชายแต่งสาว คลุมฮิญาบ ขายอาหาร
ร้องเรียน!! ชายแต่งสาว คลุมฮิญาบ ขายอาหาร
รายงานโดยสำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์- กรณีประชาชนร้องเรียนร้านอาหารแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล ซึ่งมิได้เป็นร้านของมุสลิม แต่มีพนักงานชายแต่งกายคลุมฮิญาบ แสดงตนเสมือนเป็นมุสลิม อาจทำให้ผู้บริโภคมุสลิมเข้าใจผิดว่าเป็นร้านอาหารฮาลาล ล่าสุด ศูนย์พิทักษ์ธรรม ได้สรุปความคืบหน้าการดำเนินการตรวจสอบกรณีดังกล่าว
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 ประธานศูนย์พิทักษ์ธรรมและคณะทำงาน ได้เดินทางไปแจ้งความบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ณ สถานีตำรวจภูธรอำเภอทุ่งหว้า โดยไม่ได้มีการประสานขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเข้าตรวจสอบพื้นที่ในขณะนั้น
ต่อมาในวันเดียวกัน เวลาประมาณ 13.00 น. ศูนย์พิทักษ์ธรรม ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ใหญ่บ้าน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณตลาดนัดสะพานวา หมู่ที่ 5 ตำบลบ่อหินป่าเก่า อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกับเจ้าของร้านเกี่ยวกับการแต่งกายเลียนแบบผู้หญิงมุสลิมด้วยการคลุมฮิญาบ ทั้งที่เป็นผู้ชายและไม่ใช่มุสลิม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดว่าสินค้าเป็นอาหารฮาลาลที่มุสลิมสามารถบริโภคได้ อย่างไรก็ตาม ขณะลงพื้นที่ไม่พบตัวเจ้าของร้าน เจ้าหน้าที่จึงได้ให้คำแนะนำและตักเตือนพนักงานของร้าน พร้อมฝากหมายเลขโทรศัพท์ไว้เพื่อให้เจ้าของร้านติดต่อกลับ
ในช่วงเย็นของวันเดียวกัน เจ้าของร้านได้ติดต่อกลับมาเพื่อพูดคุยกับประธานศูนย์พิทักษ์ธรรม โดยได้รับคำชี้แจงว่า การแต่งกายคลุมฮิญาบเป็นหลักปฏิบัติทางศาสนาของสตรีมุสลิม ไม่สามารถนำมาใช้โดยบุคคลที่ไม่ใช่มุสลิมเพื่อประกอบกิจการร้านอาหารได้ เนื่องจากอาจเข้าข่ายทำให้ผู้บริโภคหลงเชื่อและเข้าใจผิดว่าเป็นร้านอาหารมุสลิม ซึ่งอาจถือเป็นการหลอกลวงผู้บริโภค
ทั้งนี้ ได้มีการยกตัวอย่างเปรียบเทียบว่า หากบุคคลที่ไม่ใช่พระภิกษุสวมจีวรออกบิณฑบาต ก็ย่อมถือเป็นการหลอกลวงประชาชนให้เข้าใจผิดเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
ภายหลังจากได้รับคำตักเตือนและคำแนะนำ เจ้าของร้านได้ยอมรับและรับปากว่าจะไม่ให้มีการแต่งกายคลุมฮิญาบในลักษณะดังกล่าวอีกต่อไป
ศูนย์พิทักษ์ธรรมขอความร่วมมือประชาชน หากพบเห็นพฤติกรรมการจำหน่ายอาหารที่แอบอ้างว่าเป็นร้านมุสลิม หรือแสดงเครื่องหมายฮาลาลโดยไม่ถูกต้อง รวมถึงการนำบุคคลที่เป็นมุสลิมมาขายอาหาร ทั้งที่อาหารไม่ได้ปรุงโดยมุสลิม สามารถแจ้งร้องเรียนไปยัง คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ในพื้นที่โดยตรง ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบตามกฎหมาย
หากมีการร้องเรียนแล้ว แต่คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดไม่ดำเนินการหรือไม่ตระหนักถึงอามานะฮในหน้าที่ดังกล่าว สามารถร้องเรียนต่อศูนย์พิทักษ์ธรรมได้โดยตรง
สำหรับขั้นตอนการร้องเรียน ขอให้ประชาชนถ่ายภาพร้านที่เกิดเหตุให้ชัดเจนหลายมุม ระบุพิกัดสถานที่ให้ครบถ้วน และควรสอบถามข้อเท็จจริงเบื้องต้นให้แน่ชัดก่อนยื่นเรื่องร้องเรียน โดยในขั้นแรกจะเป็นการลงพื้นที่ให้คำแนะนำและตักเตือนเพื่อทำความเข้าใจ แต่หากยังฝ่าฝืน ดื้อดึง และไม่เคารพสิทธิของผู้บริโภคมุสลิม จะดำเนินคดีตามกระบวนการกฎหมายต่อไป
มาตรา ๒๗๑๑ ผู้ใดขายของโดยหลอกลวงด้วยประการใด ๆ ให้ผู้ซื้อหลงเชื่อในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพหรือปริมาณแห่งของนั้นอันเป็นเท็จ ถ้าการกระทำนั้นไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
[อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]
ที่มา: สายัณห์ สุขจันทร์
บทความที่น่าสนใจ


