
สถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่จสุราษฎร์ธานี ยังน่าเป็นห่วง หลังถูกมรสุม
2 ธ.ค. 2563 นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ลงพื้นที่บ้านบางรัก หมู่ที่ 7 ตำบลปากหมาก อำเภอไชยายา หลังได้รับแจ้งมีบ้านเรือนประชาชนถูกดินสไลด์ทับบ้านได้รับความเสียหาย เนื่องจากมีฝนตกหนักตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ทำให้เกิดดินสไลด์ทับบ้านของนายกิตติศักดิ์ รัตนพันธุ์ เลขที่202/7 ตำบลปากหมาก อำเภอไชยา ซึ่งตั้งอยู่บนที่ราบเชิงเขา ซึ่งขณะเกิดเหตุไม่มีคนอาศัยอยู่ในบ้าน และใกล้กันเป็นบ้านของ น.ส.กลอยใจ ทรัพย์เจริญ อายุ 43 ปี โดยหลังเกิดเหตุ ทางองค์การบริหารส่วนตำบลปากหมาก ได้ใช้รถแบคโฮเข้าเคลียร์พื้นที่
ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้สั่งให้อพยพออกจากบ้านเรือน เพราะยังมีความเสี่ยงที่ดินจะสไลด์ลงมาอีกระลอก รวมถึงให้ย้ายออกหาที่สร้างบ้านหลังใหม่โดยให้ทางองค์การบริหารส่วนตำบลเป็นผู้ดำเนินการ
นายปราโมทย์ เพชรรัตน์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปากแพรก และเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจ.สุราษฎร์ธานี ได้ลงพื้นที่ ม.1 บ้านสวนป่า ซึ่งถูกน้ำท่วมบนถนนทางเข้าออกหมู่บ้าน สูงกว่า 1 เมตร ทำให้ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่กว่า 40 ครัวเรือนไม่สามารถที่ใช้สัญจรเข้าออกได้
และถนนสายบ้านป่าอม ม.6 ต.ปากแพรก ที่เชื่อมต่อบ้านกงหนิง ม.9 ต.ท่าอุแท อ.กาญจนดิษฐ์ มีน้ำท่วมขังเป็นระยะทางยาวกว่า 300 เมตร ซึ่งเป็นเส้นทางสายหลักที่ชาวบ้านจะใช้เป็นเส้นทางสายนี้ในการขนย้ายสินค้าทางด้านการเกษตรออกจำหน่ายถูกน้ำท่วมถนนสูงกว่า 1 เมตร ส่งผลให้รถทุกชนิดไม่สามารถใช้เส้นทางได้
ขณะเดียวกันถนนซอยไม้ขีด ม.11 ต.ปากแพรก เชื่อมต่อบ้านด่านขุนเดช ก็ยังมีปริมาณน้ำในระดับสูง เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่เร่งประสานให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน และอพยพชาวบ้านออกนอกพื้นที่มาอยู่ในที่ปลอดภัยเป็นชั่วคราวจะกว่าน้ำจะลดเข้าสู่สภาวะปกติ ทั้งนี้พื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่รับน้ำจากพื้นที่อุทยานแห่งชาติสี่ขีดจ.นครศรีธรรมราช คาดว่าถ้าฝนหยุดตกหรือปริมาณน้ำฝนลดน้อยลง ในพื้นที่จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 2 วัน
พื้นที่ หมู่ที่ 11 บ้านหนองบัว ตำบลท่าเคย อำเภอท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เนื่องจากฝนตกหนัก จนเกิดเสาไฟฟ้าแรงสูงล้มจำนวน 11 ต้น ซึ่งขณะเกิดเหตุนายไพโรจน์ พรหมประสิทธิ์ อายุ 53 ปี บ้านเลขที่ 111/7 หมู่ที่ 11 ตำบลท่าเคย กลับจากทำธุระนอกบ้านขับผ่านมาพอดี โดนเสาไฟฟ้าล้มทับช่วงกระโปรงหน้ารถ จนได้รับความเสียหายโชคดีที่นายไพโรจน์ ไม่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งต่อมาการไฟฟ้าได้เข้าซ่อมแซมปักเสา เดินสายใหม่เป็นการเร่งด่วน เนื่องจากมีประชาชนกว่า 20 ครัวเรือน ได้รับความเดือดร้อนไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้
นอกจากนั้น ยังได้รับรายงานจากตำบลเกาะเต่า อำเภอเกาะพะงัน พบศพชายอายุประมาณ 35-40 ปี เนื่องจากลื่นหินพลัดตกทะเล จนทำให้ถูกคลื่นซัดเข้าไปอัดอยู่ใต้ซอกหินเสียชีวิต บริเวณรีสอร์ทแห่งหนึ่ง ในเขตพื้นที่ หมู่ที่ 2 โดยขณะเกิดเหตุมีครื่นลมแรง คาดว่าผู้ตายลงไปหาปลาแต่ถูกคลื่นซัดจนเข้าไปขัดติดอยู่ในซอกหินเสียชีวิตดังกล่าว