ผู้นำฟิลิปปินส์ ประกาศฆ่าทิ้ง '100ตำรวจชั่ว'เอี่ยวยาเสพติด ลั่น!! อย่ามาทวงเรื่องสิทธิมนุษยชน ทีหลัง

10 สค. 61     684

ผู้นำฟิลิปปินส์ ประกาศฆ่าทิ้ง '100ตำรวจชั่ว'เอี่ยวยาเสพติด ลั่น!! อย่ามาทวงเรื่องสิทธิมนุษยชน ทีหลัง

เด็ดขาด...ผู้นำฟิลิปปินส์ยื่นคำขาด ประกาศกำจัดทิ้งตำรวจที่มือสกปรก โดยเฉพาะพวกที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เผยส่งข้อความไปถึงครอบครัวของบรรดาตำรวจว่าเมื่อใดที่เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นจงอย่าได้มาคร่ำครวญถึงเรื่องสิทธิมนุษยชน เพราะเตือนไปแล้ว  

สำนักข่าวเอพี รายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ว่า ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต กล่าวในการแถลงซึ่งถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์เมื่อวันอังคาร ขู่จะฆ่าตำรวจทุจริตที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและอาชญากรรมอื่นๆ รายงานระบุว่า ตำรวจกว่า 100 นาย ซึ่งบางส่วนถูกร้องเรียนทั้งด้านวินัยและอาญา เกี่ยวกับการข่มขืน ลักพาตัว และปล้นทรัพย์ ถูกนำตัวไปยังทำเนียบประธานาธิบดีเพื่อเข้าพบนายดูเตร์เต

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งก่อนหน้านี้นายดูเตร์เตเคยประณามถึงเรื่องการทุจริตที่หยั่งรากลึก กำลังเผชิญกับการกวาดล้างภายในองค์กร นับตั้งแต่มีคำสั่งถอดออกจากปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดของประธานาธิบดีเมื่อปีที่แล้วถึง 2 ครั้ง เนื่องจากมีรายงานเกี่ยวกับการใช้ละเมิดและใช้อำนาจหน้าที่โดยไม่ชอบ ซึ่งประธานาธิบดีได้สั่งให้กลับเข้าร่วมภารกิจอีกครั้งเนื่องจากขาดแคลนบุคลากร

นายดูเตร์เตกล่าวเตือนว่า จะกำจัดพวกเขาหากยังมีการกระทำผิดเกิดขึ้นอยู่เช่นนี้ โดยย้ำเตือนว่า เขามีหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่จะเฝ้าจับตาพฤติกรรมของตำรวจเหล่านี้ไปจนชั่วชีวิต และจะมีคำสั่งฆ่าทันทีที่พวกเขาทำความผิดแม้เพียงเล็กน้อย อีกทั้งยังส่งข้อความไปถึงครอบครัวของบรรดาตำรวจ ว่าเมื่อใดที่เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น จงอย่าได้มาคร่ำครวญถึงเรื่องสิทธิมนุษยชน เพราะเขาได้เตือนไปแล้ว

นับแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อกลางปี 2559 สงครามกวาดล้างยาเสพติดคือหนึ่งในนโยบายหลักของประธานาธิบดีดูเตร์เต ซึ่งมีรายงานว่าผู้ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติดกว่า 4,500 คน ถูกสังหารในการปะทะกับเจ้าหน้าที่ ก่อให้เกิดบรรยากาศแห่งความไม่ปลอดภัย ไม่เพียงจากกลุ่มคนร้าย แต่ยังมาจากการใช้อำนาจอย่างล้นเหลือของเจ้าหน้าที่ด้วย โดยดูเตร์เตประกาศชัดเจนว่าจะเดินหน้านโยบายนี้ต่อไปจนถึงวันสุดท้ายแห่งความเป็นผู้นำของเขาซึ่งมีวาระ 6 ปี โดยไม่สนคำติติงและประท้วงจากทั้งชาติตะวันตกและกลุ่มสิทธิมนุษยชน.   

ที่มา           dailynews

เป็นเพื่อน Line กับเรา

Muslimthaipost Social Network :

Facebook Muslimthaipost
Youtube Muslimthaipost
Instagram Muslimthaipost
Twitter Muslimthaipost