นักโทษคนล่าสุด ที่ถูกประหารชีวิตด้วยการฉีดยาพิษ???

21 มิย. 61     872

นักโทษคนล่าสุด ที่ถูกประหารชีวิตด้วยการฉีดยาพิษ???

นช.บัณฑิต เจริญวานิช อายุ 45 ปี และ นช.จิรวัฒน์ พุ่มพฤกษ์ อายุ 52 ปี เป็นสองนักโทษคดียาเสพติดรายใหญ่ ที่ถูกประหารชีวิตด้วยการฉีดยาพิษ

-ขอข้ามไปในวันประหารเลย วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ.2552


นักโทษคนล่าสุด ที่ถูกประหารชีวิตด้วยการฉีดยาพิษ???

อาหารมื้อสุดท้ายภายในห้องสีขาว มีแกงฉู่ฉี่ ข้าวเปล่า แอปเปิ้ล และน้ำดื่ม น.ช.จริวัฒน์บอกว่า “หัวหน้าครับ ผมกินอะไรไม่ลงหรอกครับ ผมอยากรู้ว่าเขาใช้เกณฑ์อะไรในการตัดสินว่าใครควรประหารใครควรลดโทษ ผมเป็นแค่ผู้ร่วม เฮียบัณฑิตกับเจ้เป็นเจ้าของยา ไม่น่าต้องมาประหารผมเลย” ข้าพเจ้าบอกไปว่า “ผมเองก็ไม่รู้นะว่าเขาใช้เกณฑ์อะไรตัดสิน แต่ถ้าใครโดนก็ต้องถือว่าเป็นคราวเคราะห์ของคนนั้นไป ทำใจเถอะนะ” น.ช.จิรวัฒน์ “ครับผมทำใจแล้วครับ หัวหน้าครับ ก่อนตายผมขอลาเฮียบัณฑิตและขออโหสิกรรมกับเขาก่อนได้ไหม ตายไปผมกับเขาจะได้ไม่มีเวรกรรมต่อกันอีก” ข้าพเจ้า “เดี๋ยวเอ้ก็ต้องไปพร้อมกับบัณฑิตอยู่แล้ว เดี๋ยวค่อยลากันตอนนั้นนะ” น.ช.จิรวัฒน์พยักหน้ารับทราบ

พระครูศรีนนทวัฒน์เข้ามานั่งที่ห้องติดกับห้องสีขาวทั้งสอง ข้าพเจ้าและพี่เลี้ยงอีกห้องให้น.ช.จิรวัฒน์และน.ช.บัณฑิตยืนมองผ่านช่องหน้าต่างและพนมมือไหว้ไปทางท่านพระครู จากนั้นท่านพระครูได้เทศนาธรรมให้แก่นักโทษทั้งสองฟังเป็นครั้งสุดท้าย ในระหว่างฟังธรรมนั้น น.ช.บัณฑิตน้ำตาไหลอาบแก้มตลอดเวลา ส่วนน.ช.จิรวัฒน์พยายามฝืนกั้นน้ำตาได้ดี แต่ก็ตาแดงกล่ำเลยทีเดียว

เมื่อท่านพระครูเทศน์เสร็จ น.ช.จิรวัฒน์บอกข้าพเจ้าว่าขอจับชายผ้าเหลืองเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเพื่อเป็นสื่อนำไปสู่ภพอื่น ข้าพเจ้าบอกท่านพระครูและอนุศาสนาจารย์ที่นำท่านพระครูมาทราบถึงจุดประสงค์ของ น.ช.จิรวัฒน์ พระครูศรีนนทวัฒน์จึงเดินมาที่ช่องหน้าต่าง แต่มีเหตุติดขัดที่ช่องหน้าต่างอยู่สูงระดับสายตาของนักโทษ ส่วนห้องที่ท่านพระครูอยู่จะต่ำกว่าเล็กน้อย และช่องหน้าต่างมีซี่กรงค่อนข้างถี่ขวางกั้นอยู่ เมื่อท่านพระครูเดินมาถึงและพยายามส่งชายผ้าเหลืองให้จับแต่ก็ส่งไม่ถึง อนุศาสนาจารย์จึงไปนำเก้าอี้มาให้ท่านพระครูปีนขึ้นไปยืน ท่านพระครูส่งชายผ้าเหลืองที่พันแขนอยู่ลอดผ่านลูกกรงส่งให้น.ช.จิรวัฒน์ ช่วงนี้เองที่น.ช.จิรวัฒน์กลั้นน้ำตาไม่อยู่ น้ำตาไหลพรูลงมาอาบแก้ม แล้วจับชายฝ้าเหลืองพนมมือขึ้นแตะหน้าผาก อธิษฐานภาวนาอยู่ประมาณ 1 นาทีแล้วจึงปล่อยชายผ้าเหลือง ท่านพระครูพูดว่า “นึกถึงพระและสิ่งดีงามที่เคยทำไว้นะโยม”

เมื่อเสร็จพิธีทางศาสนาแล้ว ข้าพเจ้าวิทยุแจ้งให้หัวหน้าชุดพี่เลี้ยงที่อยู่ภายนอกทราบ สักครู่ประตูได้ถูกเปิดออก ข้าพเจ้าหยิบผ้าคาดตามาปิดตาน.ช.จิรวัฒน์ แต่น.ช.จิรวัฒน์จะขอไม่ใช้ผ้าคาดตา ข้าพเจ้าบอกว่าไม่ได้เพราะผิดระเบียบ น.ช.จิรวัฒน์จึงยอมให้ใช้ผ้าคาดตามาปิดตาให้

ในระหว่างที่ประคองน.ช.จิรวัฒน์ไปที่ห้องฉีดสารพิษ น.ช.จิรวัฒน์ได้ทวงถามเรื่องที่จะขอลาและอโหสิกรรมกับน.ช.บัณฑิตอีกครั้ง ข้าพเจ้าจึงบอกว่าเดี๋ยวถ้าน.ช.บัณฑิตเข้ามาเมื่อไรจะบอกให้รู้ น.ช.พยักหน้ารับทราบ


นักโทษคนล่าสุด ที่ถูกประหารชีวิตด้วยการฉีดยาพิษ???

ภายในห้องประหารด้วยการฉีดสารพิษ ข้าพเจ้านำน.ช.จิรวัฒน์เข้าไปนอนที่เตียงในสุด ใช้เข็มขัดรัดที่ตัวและแขนของน.ช.จิรวัฒน์อย่างแน่นหนา น.ช.จิรวัฒน์ร้องอุทธรณ์ว่าหายใจไม่ค่อยสะดวก ข้าพเจ้าบอกไปว่าทนอีกหน่อยเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว เจ้าหน้าที่ฉีดยาและสารพิษเข้ามาช่วยกันติดเครื่องจับสัญญาณเต้นของชีพจรและเดินสายน้ำเกลือเข้าหลังมือ เสียง “ปี๊ป ปี๊ป ปี๊ป” เริ่มดังขึ้น ข้าพเจ้าแยกตัวออกไปช่วยรัดเข็มขัดให้น.ช.บัณฑิตที่อีกเตียงหนึ่งซึ่งพี่เลี้ยงอีกชุดนำตัวตามมา

เสร็จแล้วข้าพเจ้าเดินไปพูดใกล้หูน.ช.จิรวัฒน์ว่าน.ช.บัณฑิตอยู่ในห้องนี้แล้ว น.ช.จิรวัฒน์ได้พูดเสียงดังขึ้นว่า “เฮีย เฮีย ได้ยินไหมเฮียบัณฑิต” น.ช.บัณฑิตนอนนิ่งเงียบไม่ยอมพูดโต้ตอบ

ข้าพเจ้าจึงก้มไปพูดว่า “จะกล่าวลาหรือขออโหสิกรรมกันก็พูดไปเลย เขาอยู่ในห้องนี้แล้ว เขาจะตอบรับหรือไม่ก็ไม่เป็นไรหรอก” น.ช.จิรวัฒน์พูดดังๆว่า“เฮียครับ ผมลาก่อน ผมขออโหสิกรรมให้เฮีย และขอให้เฮียอโหสิกรรมให้ผมด้วย เราจะได้ไม่มีเวรกรรมต่อกันอีกต่อไปนะเฮีย” ข้าพเจ้าเห็นน.ช.บัณฑิตพยักหน้ารับแต่ไม่ยอมกล่าวคำใดๆออกมา ข้าพเจ้าก้มไปบอกน.ช.จิรวัฒน์ว่าน.ช.บัณฑิตพยักหน้ารับอโหสิกรรมแล้ว น.ช.จิรวัฒน์จึงพูดเป็นครั้งสุดท้ายว่า “เฮียรับรู้แล้วนะ เราหมดกรรมต่อกันแล้วนะเฮีย” จากนั้นก็เงียบเสียงไปและไม่ได้พูดหรือกล่าวคำใดๆออกมาอีกเลย

ข้าพเจ้าก้มไปกระซิบว่า “เอ้หลับไปเลยนะ ให้นึกว่านอนอยู่ที่บ้าน ไม่ต้องสนใจอะไรทั้งสิ้น ท่องพุทโธไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็หลับไปเอง” จากนั้นก็เดินไปบอกน.ช.บัณฑิตเช่นเดียวกัน แล้วข้าพเจ้าก็ทำความเคารพนักโทษประหารทั้งคู่พร้อมกล่าว “พุทธังอเจตนานัง ธรรมังอเจตนานัง สังฆังอเจตนานัง สิ่งที่พวกกระผมทำไปในวันนี้ มิมีเจตนาที่จะกระทำ เป็นการกระทำตามหน้าที่ ขอให้อโหสิกรรมด้วย”จากนั้นข้าพเจ้าและพี่เลี้ยงทุกนายได้หลบไปยืนอยู่ริมห้อง

เจ้าหน้าที่ฉีดยาและสารพิษแจ้งความพร้อมให้ผู้ให้สัญญาณการประหารชีวิตทราบ ธงแดงได้สะบัดลง “พรึบบบ” สัญญาณไฟสีเขียวได้สว่างขึ้นเป็นอันดับแรก ที่ข้อมือของน.ช.บัณฑิตสายน้ำเกลือได้หลุดออกจากหัวเข็ม มีน้ำยาพุ่งไหลออกมา เจ้าหน้าที่ฉีดยาและสารพิษได้เข้าไปแก้ไขเสียบสายใหม่แล้วปล่อยยาชนิดแรกเข้าไปใหม่ สักครู่สังเกตได้ว่านักโทษประหารทั้งสองเข้าสู่สภาวะหลับลึกเนื่องจากการหายใจสม่ำเสมอไม่มีการกระดุกกระดิกร่างกายส่วนไหนอีกเลย

ไฟสีเหลืองสว่างขึ้นเป็นอันดับถัดมา สายที่ข้อมือของน.ช.บัณทิตหลุดออกมาอีก น้ำยาฉีดพุ่งไปทั่วพื้น เจ้าหน้าที่ฉีดยาและสารพิษเข้าไปแก้ไข แต่เมื่อปล่อยน้ำยาเข้าไปใหม่ก็หลุดอีก ข้าพเจ้าเดินเข้าไปดูด้วยความสงสัยว่าทำไมถึงหลุดบ่อยและหลุดอยู่รายเดียว พี่พิทักษ์ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมเจ้าหน้าที่ฉีดยาและสารพิษบอกข้าพเจ้าว่าสงสัยจะรัดเข็มขัดที่ข้อมือแน่นไปทำให้น้ำยาเดินไม่สะดวก ข้าพเจ้าจึงคลายสายที่รัดข้อมือขวาของน.ช.บัณฑิตออก เจ้าหน้าที่ได้ปล่อยยาชนิดที่สองซ้ำเข้าไปอีกครั้ง เสียงสัญญาณชีพจรจากเครื่องยังคงดัง “ปี๊ป ปี๊ป ปี๊ป” เป็นจังหวะแต่เริ่มช้าลง

ไฟสีแดงสว่างขึ้นเป็นสีสุดท้าย เสียงสัญญาณชีพจรจากเครื่องตรวจวัดของน.ช.จีรวัฒน์ดังยาว “ปี๊ปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปป” แสดงว่าน.ช.จิรวัฒน์ได้สิ้นใจไปแล้ว แต่เสียงของเครื่องตรวจวัดสัญญาณชีพจรของน.ช.บัณฑิตยังคงดังเป็นจังหวะช้าๆ

สายที่ข้อมือหลุดออกจากเข็มอีกครั้ง ข้าพเจ้าเข้าไปช่วยปลดเข็มขัดที่แขนขวาทั้งสองเส้นจนหลวม เมื่อมองไปที่ร่างของน.ช.จิรวัฒน์ซึ่งน่าจะสิ้นลมไปแล้วที่เตียงใกล้กัน เห็นที่แขนและใบหน้ามีสีแดงขึ้นเป็นจ้ำๆคล้ายเป็นลมพิษ เจ้าหน้าที่ฉีดยาและสารพิษปล่อยน้ำยาเข้าสู่ร่างของน.ช.บัณฑิตอีกครั้งหนึ่ง เสียงสัญญาณชีพจรดังช้าลงเรื่อยๆ แต่ก็ใช้เวลาประมาณ 5 นาทีกว่าที่เสียงดังยาวของเครื่องจับสัญญาณจะดังขึ้น นั่นคือเสียงที่บอกว่าน.ช.บัณฑิตได้สิ้นใจไปแล้ว

แพทย์เข้ามาตรวจที่ร่างของนักโทษประหารทั้งสอง พร้อมกับกล่าวยืนยันว่านักโทษทั้งสองได้สิ้นใจไปเป็นที่เรียบร้อย

นักโทษคนล่าสุด ที่ถูกประหารชีวิตด้วยการฉีดยาพิษ???

เจ้าหน้าที่ผู้ให้สัญญาณการประหารสั่งให้นำร่างของนักโทษเข้าเก็บในตู้แช่เย็น เจ้าหน้าที่ฉีดยาและสารพิษช่วยกันปลดสายเครื่องตรวจจับสัญญาณชีพจรออก เจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนประวัติผู้ต้องขังและเจ้าหน้าที่จากกองทะเบียนประวัติอาชญากรเข้ามาพิมพ์ลายนิ้วมือตามระเบียบ เสร็จแล้วข้าพเจ้าและพี่เลี้ยงทุกนายช่วยกันนำร่างของนักโทษประหารทั้งสองลงนอนในถาดแล้วเก็บเข้าในตู้แช่เย็น ข้าพเจ้าทำความเคารพและกล่าวคำขอขมาต่อนักโทษประหารทั้งสองอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ประจำห้องประหารนำกุญแจมาปิดล็อคตู้แช่เย็น เป็นการเสร็จสิ้นหน้าที่พี่เลี้ยงในการประหารชีวิตด้วยการฉีดยาและสารพิษครั้งแรกของข้าพเจ้า

ขออโหสิกรรมต่อดวงวิญญาณของนายจิรวัฒน์ พุ่มพฤกษ์ และนายบัณฑิต เจริญวานิช ซึ่งข้าพเจ้าและเจ้าหน้าที่ทุกนายได้กระทำตามหน้าที่

ขอชมเชยการตั้งด่านตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด จนสามารถสกัดจับยาบ้าจำนวนมากได้ก่อนที่จะไปสร้างความเสียหายให้กับคนไทยทั้งประเทศ


ที่มา:   yuthbk.blogspot.com

เป็นเพื่อน Line กับเรา

Muslimthaipost Social Network :

Facebook Muslimthaipost
Youtube Muslimthaipost
Instagram Muslimthaipost
Twitter Muslimthaipost