ใจแทบสลาย! พบแล้ว สาววัย22 หายตัวลึกลับ 10 วันเต็ม ตามเจอข้ามจังหวัด ก่อนรู้เกิดอะไรขึ้นกับเธอ พ่อแม่ร่ำไห้แทบขาดใจ!!!!!

9 กพ. 61     1376

ใจแทบสลาย! พบแล้ว สาววัย22 หายตัวลึกลับ 10 วันเต็ม ตามเจอข้ามจังหวัด ก่อนรู้เกิดอะไรขึ้นกับเธอ พ่อแม่ร่ำไห้แทบขาดใจ!!!!!

ปัจจุบันนี้ตามแหล่งข่าวทุกสื่อ ทั้งสังคมออนไลน์เกือบทุกที่จะมีข่าวที่ไม่ค่อยบันเทิงใจเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็นข่าวการเมือง ข่าวเศรษฐกิจที่ตกต่ำหรือข่าวอาชญากรรมที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวัน โดยเฉพาะข่าวการลักพาตัวเด็กซึ่งเป็นข่าวที่น่าสะเทือนใจพ่อแม่

การป้องกันให้ลูกหลานให้ปลอดภัยจากการถูกลักพาตัวจึงเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากพ่อแม่ไม่สามารถจะดูแลลูกได้ตลอดเวลา ไม่สามารถที่จะไปที่ไหนๆ กับพวกเขาได้ทุกวัน ทุกเวลา ดังนั้น พ่อแม่จึงควรสอนให้พวกเขารู้จักเอาตัวรอด และไม่ควรไว้ใจคนแปลกหน้าหรือแม้แต่คนรู้จัก เพราะคนรู้จักก็อาจจะเป็นหนึ่งในคนร้ายที่ทำร้ายลูกหลานของเราก็เป็นไปได้

วันที่ 7 ก.พ. 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี ร.ต.อ.หญิงวนิดา พึ่งเจริญ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ท่าหิน อ.เมือง จ.ลพบุรี ได้รับแจ้งจากนายพรเทพ ชิ่นบานเย็น อายุ 51 ปี และนางมาลัย เปี่ยมสุข อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 103 หมู่ที่ 4 ต.ท้ายตลาด อ.เมือง จ.ลพบุรี ว่าเมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2561 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 10.00 -11.00 น. ได้มีชายจำนวน 2 คน อายุประมาณ 17-18 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีแดง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ได้มารับตัวบุตรสาวชื่อ น.ส.พรพิมล ชื่นบานเย็น หรือน้องเปิ้ล อายุ 22 ปี ไปจากที่บ้านซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบว่าลูกสาวหายไปไหน และอยู่ที่ใด จึงได้ขอเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจออกติดตามตัวลูกสาวของตนด้วย ซึ่งเกรงว่าจะได้รับอันตรายเมื่อช่วงเย็นวาน

ใจแทบสลาย! พบแล้ว สาววัย22 หายตัวลึกลับ 10 วันเต็ม ตามเจอข้ามจังหวัด ก่อนรู้เกิดอะไรขึ้นกับเธอ พ่อแม่ร่ำไห้แทบขาดใจ!!!!!

ด้าน พ.ต.อ.ณัชภูม วรรณวิไล ผกก.สภ.ท่าหิน ได้สั่งกำชับเร่งระดมชุดเฉพาะกิจ เจ้าหน้าที่ตำรวจงานสืบสวน ลงพื้นที่เพื่อหาเบาะแส ตรวจกล้องวงจรปิดโรงเรียนวัดตะเคียน และ อบต.โพธิ์ตรุ ที่บันทึกภาพน้องเปิ้ล และชายทั้งสองคน ไว้ได้ อีกทั้งยังไปขอดูกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ ว่าขับขี่หนีไปทางใด ซึ่งกล้องสามารถบันทึกรูปพรรณสันฐานของคนร้ายได้ถึงจะไม่ค่อยชัดเจนนักก็ตามล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบเบาะแสสำคัญ คือหมายเลขทะเบียนรถของบุคคลทั้งสองที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง จึงได้ออกสืบสวนติดตามหาข่าว จนทราบว่าบุคคลทั้งสองอาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

ทาง พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ อรัญวัฒน์ จึงสั่งการให้ พ.ต.อ. นฤนาท พุทไธสง พ.ต.อ.อุกฤษ ภู่กลั่น รอง ผบก.ภ.จว.ลพบุรี และ พ.ต.อ.ณัชภูม วรรณวิไล ผกก.สภ.ท่าหิน พร้อมทีมเฉพาะกิจ และเจ้าหน้าที่งานสืบสวน สภ.ท่าหิน รุดลงพื้นที่เพื่อติดตามตัวมาให้ได้ จนเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ (7 ก.พ. 2561) เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายประวัติ โยธานัก หรือต้น อายุ 20 อยู่บ้านเลขที่ 314 หมู่ 5 ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา และนายนพพร พวงแก้ว หรือน๊อต อายุ 19 ปี ได้ที่บ้านพักคนงานปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งใน ต.กลางดง พร้อมด้วย น.ส.พรพิมล ชื่นบานเย็น หรือน้องเปิ้ล ได้ที่บ้านพักพร้อมรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟสีแดง หมายเลขทะเบียน กบ-123 นครราชสีมา คันที่ใช้ก่อเหตุลักพาตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวทั้งหมดกลับมาจังหวัดลพบุรี

ใจแทบสลาย! พบแล้ว สาววัย22 หายตัวลึกลับ 10 วันเต็ม ตามเจอข้ามจังหวัด ก่อนรู้เกิดอะไรขึ้นกับเธอ พ่อแม่ร่ำไห้แทบขาดใจ!!!!!


ทางด้านนางพิศมร พรหมจันทึก อายุ 48 ปี มารดาของนายประวัติ กล่าวว่า เมื่อวันแรกได้สอบถามถึงที่ไปที่มาว่ารับน้องเปิ้ลมาได้อย่างไร และน้องเปิ้ลเป็นใคร พ่อแม่เขาจะไม่ว่าหรือ  ซึ่งลูกชายตอบว่าน้องเปิ้ลเป็นแฟนที่คบหากันทางไลน์ โดยน้องเปิ้ลเป็นคนบอกทางให้มารับในวันที่ 28 ม.ค. 61 โดยบอกว่าได้บอกพ่อและแม่แล้วว่า จะมากับตนเองไปเที่ยวบ้านแฟน ซึ่งก็ยังแย้งกับคำให้การของพ่อและแม่น้องเปิ้ล ที่บอกว่าถูกลักพาตัว ซึ่งจะต้องสอบสวนเพื่อให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย

ทันทีที่น้องเปิ้ลมาถึงที่ สภ.ท่าหิน แม่พ่อและลูกพบกันต่างโผเข้ากอดร้องไห้ระงมด้วยความดีใจ โดยทั้งหมดถูกเชิญเข้าสอบสวนให้ห้องเด็กและสตรี โดยห้ามผู้สื่อข่าวบันทึกภาพ หลังจากนั้น พ.ต.อนฤนาท พุทไธสง รอง ผบก.และ พ.ต.อ.ณัชภูม วรรณวิไลผกก.สภ.ท่าหิน ได้ออกมาแถลงต่อสื่อมวลชนถึงเรื่องดังกล่าวว่า

ในเบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาทั้งสองว่าร่วมกันพาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจาร โดยใช้กลอุบายล่อลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย หรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการอื่น โดยมีการแจ้งข้อหานายประวัติอีก 1 ข้อหา คือ ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็นด้วยประการใด โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขวาง

ที่มา              www.hippoza.com

เป็นเพื่อน Line กับเรา

Muslimthaipost Social Network :

Facebook Muslimthaipost
Youtube Muslimthaipost
Instagram Muslimthaipost
Twitter Muslimthaipost