เอาแล้วไง! ผู้มีรายได้น้อย เตรียมถูกยึดเงินคืนแน่ ถ้าหากเบี้ยวไม่ทำตามเงื่อนไขนี้ พร้อมประกาศลั่น ไม่ได้ขู่แต่เอาจริง!

8 กพ. 61     7219

 เอาแล้วไง! ผู้มีรายได้น้อย เตรียมถูกยึดเงินคืนแน่ ถ้าหากเบี้ยวไม่ทำตามเงื่อนไขนี้ พร้อมประกาศลั่น ไม่ได้ขู่แต่เอาจริง!

หลังจากรัฐบาลเปิดตัวโครงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย เฟส 2 (บัตรคนจน เฟส 2) โดยให้ผู้มีรายได้น้อยมาลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการตั้งแต่วันที่ 1-28 กุมภาพันธ์ 2561 เพื่อที่รัฐบาลจะได้ให้ความช่วยเหลือต่อไป ทั้งเรื่องการหาอาชีพให้ทำ รวมทั้งเพิ่มวงเงินค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภค ฯลฯ

นัยทั้งหมด…ก็เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อย ให้คนจนเหล่านี้ มีโอกาส มีหนทาง มีช่องทางที่จะเพิ่มศักยภาพของตัวเอง ให้มีที่ยืนบนสังคม โดยไม่ต้องงอมื้อ…งอเท้า…รอรับความช่วยเหลือจากใครอีก โดยเฉพาะความช่วยเหลือจากรัฐ

ก็แหม!! อย่าลืมว่า “มาตรการช่วยเหลือคนจน) ที่ออกมาในแต่ละครั้งในแต่ละมาตรการน่ะ ต้องใช้เงินงบประมาณจากรัฐแต่ละปีก็เป็นเงินหลายหมื่นล้านบาททีเดียวนะ แล้วงบประมาณเหล่านี้น่ะก็คือ “เงินภาษี” ของคนไทยทั้งประเทศ

แม้ว่าในความเป็นจริง “คนจน” หรือ “คนมีรายได้น้อย” จะมีอยู่เป็นจำนวนไม่น้อย เอาแค่…ที่มาลงทะเบียนรับ “บัตรคนจน” เนี่ย…ก็ปาไปกว่า 11.4 ล้านคนเข้าไปแล้ว แล้วก็ยังมีคนที่ยังไม่มาลงทะเบียนอีกจำนวนไม่น้อยทีเดียว

เอาแล้วไง! ผู้มีรายได้น้อย เตรียมถูกยึดเงินคืนแน่ ถ้าหากเบี้ยวไม่ทำตามเงื่อนไขนี้ พร้อมประกาศลั่น ไม่ได้ขู่แต่เอาจริง!

ทั้งนี้ตามข้อมูลของ สภาพัฒน์ ระบุว่า…คนเกือบจน ทั้งกลุ่มเกษตรกร กลุ่มผู้ใช้แรงงาน รวมไปถึงบรรดาเอสเอ็มอีรายเล็กๆ รายย่อยๆ ซึ่งเป็นกลุ่มฐานราก มีมากถึง 29 ล้านคน หรือประมาณ 40% ของคนไทยทั้งประเทศ หากรัฐต้องจัดงบประมาณมาช่วยเหลือกันทุกปี นั่นเท่ากับว่า…

ต้องนำเงินของผู้เสียภาษีมาอุ้มชูผู้มีรายได้น้อยทุกปี…ทุกปี เช่นกัน แทนที่จะนำเงินไปลงทุน หรือพัฒนาอย่างอื่นเพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้าหรือขยายตัวมากขึ้น เป็นการเสียโอกาสในการพัฒนาประเทศไปไม่น้อยเช่นกัน

แต่!! ด้วยหน้าที่ของผู้บริหารประเทศ ที่ต้องทำให้คนไทยอยู่ดี กินดี มีความสุข มีความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน จึงต้องหาวิธี หากลยุทธ์เข้ามาดูแลคนเหล่านี้ให้ยืนหยัดอยู่บนสังคมให้ได้ แม้ในอีกทางก็เพื่อให้เก้าอี้ของรัฐบาลมีความมั่นคงควบคู่ไปด้วยก็ตามทีเถอะ

เอาเป็นว่า… “วิน-วิน” ด้วยกันทั้งหมดนั่นแหล่ะ แต่การจะปล่อยให้มีสภาพต่อไปเช่นนี้ทุกปี ก็ไม่ใช่เรื่อง!! อีกเช่นกัน ดังนั้นมาตรการในการพัฒนาคุณภาพชีวิต จึงต้องมีออกมาเพื่อแก้ปัญหาทั้งหมด

ในเมื่อ “ผู้มีรายได้น้อย” ได้รับความช่วยเหลือกันไปบ้างแล้ว ในการลดภาระค่าใช้จ่ายจากการได้รับบัตรสวัสดิการคนจน ที่ได้รับเงินช่วยเหลือโดยเฉพาะในเรื่องของการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค เดือนละ 200 บาท 300 บาท ในมาตรการ เฟสแรก ก็สามารถบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันกันไปได้บ้าง

ส่วนในมาตรการ เฟส 2 ที่ออกมาแล้วเริ่มกันมาตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา “ผู้มีรายได้น้อย” ที่ลงทะเบียนไว้แล้ว ก็จะได้รับเงินในบัตรคนจนเพิ่มกันอีกคนละ 100 -200 บาท แต่มีข้อแม้ว่าต้องมาฝึกอบรม มาพัฒนาอาชีพกันเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งรัฐบาลจะโอนเงินให้เพิ่มในเดือน มี.ค.นี้

แต่ถ้าไม่มาอบรมตามเงื่อนไข ตามข้อตกลง ก็จะถูกระงับการจ่ายเงินส่วนที่เพิ่มขึ้นนี้ แถมยังต้องนำมาคืนรัฐ โดยจะใช้วิธีการหักเงินที่จะโอนในบัตรคนจนตามสิทธิเดิมในครั้งต่อไป เรียกว่าถ้าต้องการได้เงินช่วยเหลือเพิ่มเติมอีก ก็ต้องพัฒนาตัวเองควบคู่กันไปด้วย

เรื่องนี้…กระทรวงการคลัง ออกมาประกาศชัดเจนไว้เลยค่ะว่า…หากใครไม่ทำตามเงื่อนไขไม่ทำตามข้อตกลง ยึดเงินคืนแน่ๆ แต่เป็นเงินในบัตรในส่วนที่ให้เพิ่มเติมเท่านั้น ส่วนเงินเดิมที่เคยได้กันมาเดือนละ 200 บาท สำหรับคนที่มีรายได้มากกว่าปีละ 30,000 บาท ขณะที่คนที่มีรายได้ต่ำกว่าปีละ 30,000 บาท ก็ได้คนละ 300 บาท แต่หากยอมฝึกอบรมอาชีพ ก็จะได้เพิ่มเป็น 300 บาท และ 500 บาท ตามลำดับ

เอาแล้วไง! ผู้มีรายได้น้อย เตรียมถูกยึดเงินคืนแน่ ถ้าหากเบี้ยวไม่ทำตามเงื่อนไขนี้ พร้อมประกาศลั่น ไม่ได้ขู่แต่เอาจริง!

สำหรับวิธีการของ “มาตรการช่วยคนจนก๊อก 2” ครั้งนี้ เมื่อผู้ที่ได้รับคนจนไปลงทะเบียนหรือแจ้งความประสงค์ตามหน่วยงานต่างๆ ที่จัดไว้ให้ ทั้งสำนักเขต จังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน รวมไปถึงสาขาของธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส.ทั่วประเทศ แล้วภาครัฐจะส่ง “เอโอ” หรือหมอประชารัฐสุขใจ อีกกว่า 4,000 คน เข้าไปเคาะประตูบ้านสอบถามความต้องการกันถึงที่ทีเดียว

โดย “เอโอ” หรือหมอประชารัฐสุขใจเหล่านี้ ส่วนใหญ่จะเป็นบรรดาอดีตพนักงานธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. ที่ต่างคุ้นเคยกับลูกค้าอยู่แล้วนั่นแหล่ะ ไปเป็นผู้สอบถามความต้องการของผู้มีรายได้น้อยว่าต้องการฝึกอาชีพอะไร แล้วก็จะเป็นผู้จัดการ จัดกระบวนการฝึกอบรมให้

ส่วนอาชีพที่รัฐเตรียมไว้ให้เบื้องต้นก็มีประมาณ 597 อาชีพ ก็แล้วแต่ว่าใครต้องการมีอาชีพอะไร ต้องการฝึกอะไร เอาตามใจปรารถนากันเลยทีเดียว “เอโอ” จะคอยแนะนำให้ รวมไปถึงการหางานให้ทำ ที่มีมากกว่า 1 แสนอัตราทีเดียวทั้งในและต่างประเทศ

ไม่เพียงเท่านี้…ยังมีคำแนะนำในการส่งเสริมให้ได้เรียนหนังสือ หรือแม้แต่การให้เงินกู้เพื่อขยับฐานะตัวเองขึ้นมาเป็นเจ้าของกิจการ หรือแม้แต่การเข้าไปช่วยหาที่ทำกิน ที่พักอาศัย หรือแม้แต่การประกันอุบัติรายย่อยให้อีกด้วย แต่ยังไงซะ!! ใช่ว่าสิ่งเหล่านี้รัฐจะช่วยได้ทั้งหมดทั้ง 11.4 ล้านคนหรอกนะ แต่ก็ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป อย่างน้อยก็รองรับได้สักประมาณ 4 ล้านคนในปีแรก

ทั้งหลายทั้งปวง…ก็อย่าลืมกันทีเดียวว่า…ถ้าไม่มา อบรมอาชีพ ก็ไม่ได้เงินเพิ่ม แถมเรียกเงินคืนอีกต่างหาก ก็เลือกเอาว่าจะเอาอย่างไรกับชีวิต

ที่มา              khaoyindee.com

เป็นเพื่อน Line กับเรา