ผมขอโทษทุกคนที่ร้องไห้…คืนสุดท้ายก่อนจาก น้ำตาพี่เอียดกับอ้อมกอดและของขวัญประเมินค่าไม่ได้!?! วันนั้น…ผู้ชายเสื้อส้มจู่ๆก็โผล่มาวิ่งข้างๆตูน

28 ธค. 60     3389

ผมขอโทษทุกคนที่ร้องไห้…คืนสุดท้ายก่อนจาก น้ำตาพี่เอียดกับอ้อมกอดและของขวัญประเมินค่าไม่ได้!?! วันนั้น…ผู้ชายเสื้อส้มจู่ๆก็โผล่มาวิ่งข้างๆตูน

จากกรณี ตูน บอดี้สแลม ได้วิ่งตามโครงการก้าวคนละก้าวจุดใต้สุดสุ่จุดเหนือสุดของประเทศไทยที่ อ.เบตง จ.ยะลา-อ.แม่สาย มีประชาชนที่ห้อมล้อมทั้ง 2 ฝั่งถนน โดยเจ้าหน้าที่ได้ปิดถนน 1 ฝั่งตั้งแต่หน้าที่ว่าการ อ.แม่สาย ไปถึงด่านพรมแดนเพื่อต้อนรับคณะที่วิ่งมาถึง กระนั้นหลังจากความสำเร็จจบสิ้นลงก็มีเรื่องราวให้เกิดความประทับใจต่างๆออกมา ตลอดห้วงเวลาที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในค่ำคืนสุดท้ายที่คณะก้าวคนละก้าวได้พูดคุยมีกิจกรรมร่วมกัน ก่อนจะแยกย้ายกันไปนั้นก็มีเรื่องเล่าแสนอบอุ่นจาก มิ้นท์ หนึ่งในทีมงานที่ร่วมวิ่งกับพี่ตูน โดยเธอได้ถ่ายทอดเรื่องรายพิเศษนี้ผ่านเฟซบุ๊กชื่อ เรื่องมิ้นท์มิ้นท์ ดังนี้

ผมขอโทษทุกคนที่ร้องไห้…คืนสุดท้ายก่อนจาก น้ำตาพี่เอียดกับอ้อมกอดและของขวัญประเมินค่าไม่ได้!?! วันนั้น…ผู้ชายเสื้อส้มจู่ๆก็โผล่มาวิ่งข้างๆตูน

ขอบคุณก้าวคนละก้าว

หลังจากที่มาก้าวคนละก้าวได้ 2 วัน 2 ชั่วโมง
และต้องบินกลับในเช้าวันที่ 25 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่พี่ตูนจะเข้าเส้นชัย
ใช่ฮะ มิ้นท์บินกลับในวันสุดท้ายพลาดเส้นชัย
เพราะต้องกลับไปทำหน้าที่ที่บริษัทที่เลี่ยงไม่ได้
สิ่งที่มิ้นท์ทำเช้าวันนั้นคือ
ลงไปก้าวอีกนิดนึง แฮ่!
น่าจะได้ประมาณ 500 เมตร
แล้วโบกรถกระบะพี่ตำรวจที่ปิดท้ายขบวนเข้าcheck point

ก่อนกลับ มิ้นท์ได้เจอพี่ตูนพี่ก้อย
พอพี่ก้อยลงจากรถบ้านแล้วเห็นมิ้นท์
พี่ก้อยยิ้ม แล้วบอกว่า "Merry Christmas!!!" แบบสดใสสไตล์พี่ก้อย!
แล้วเข้ามากอด

มิ้นท์ไม่รู้ว่าพี่ก้อยเอาพลังนั้นมาจากไหน
มิ้นท์ได้ถ่ายรูปกับพี่ตูนพี่ก้อยพี่โน้ตรูปเดียว
เพราะมีขอเพื่อส่งให้พี่ๆพนักงานรู้ว่าเงินที่ลูกค้าและพนักงานทั้งหมดร่วมบริจาคถึงมือพี่ๆแล้ว
ถ่ายช็อตเดียวโดยมือถือพี่พลทีมงานของพี่ตูนถ่ายให้แบบไม่มีกันพลาด
ที่จริงมิ้นท์เจอพี่ตูนทุกวันแต่ไม่อยากรบกวน
จนนาทีสุดท้ายจะออกจากจุด checkpoint
พี่ๆบอกพี่ตูนโอเคมากๆ ไม่มีรบกวนไม่มีทำให้ขบวนเสียเวลา
รูปนั้นเลยเป็นรูปจำเป็นรูปเดียวของทริป

ผมขอโทษทุกคนที่ร้องไห้…คืนสุดท้ายก่อนจาก น้ำตาพี่เอียดกับอ้อมกอดและของขวัญประเมินค่าไม่ได้!?! วันนั้น…ผู้ชายเสื้อส้มจู่ๆก็โผล่มาวิ่งข้างๆตูน

พี่ตูนบอกมิ้นท์ว่า "พี่มิ้นท์จะกลับแล้วเหรอ"
มิ้นท์พยักหน้า
พี่ก้อยบอก "ขอบคุณนะมิ้นท์"
แล้วเข้ามากอดอีกที
พี่ตูนที่กำลังต้องไปที่จุด
ก็หันมากอด
นี่แหละคือพี่ตูนพี่ก้อย
เกือบร้องไห้ให้พี่ตูนเห็นแล้ว มิ้นท์

เมื่อมาถึงที่สนามบินเชียงราย
ยังไม่ทันได้เช็คอิน
มิ้นท์ก็เดินไปเคาน์เตอร์ซื้อตั๋ว
ขอซื้อตั๋ว กรุงเทพ-เชียงราย วันที่ 25 ไฟล์ทที่ดึกที่สุด
เพราะคำนวณแล้วว่า เสร็จงานรีบวิ่งมาขึ้นเครื่องทัน
เจ้าหน้าที่ย้ำ 3 รอบว่า วันที่ 25 เหรอคะ
ใช่ค่ะ เพราะยังไม่ทันบินไปกรุงเทพ
ก็ซื้อตั๋วกรุงเทพ-เชียงรายกลับมาอีกแล้ว
มิ้นท์รู้ว่า ไม่ทันเส้นชัย ชัวร์ๆ
แต่มิ้นท์อยากมาช่วยอะไรก็ได้ที่สามารถจะช่วยพี่ๆได้แม้เล็กน้อยก็ต้องมา

หลังจากถึงกรุงเทพก็รีบเข้าบ้าน
หยิบเสื้อผ้าสำหรับ1วันมา
ตรงเข้าออฟฟิศรีบปั่นงาน
เขียนใบลา 1 วันสำหรับวันพรุ่งนี้ที่จะไปอยู่เชียงราย
รีบออกจากออฟฟิศ เพื่อไปให้ทันเครื่อง
รู้ตัวอีกทีก็ลากขาที่เจ็บปวดจาก 13.5 โล
ค่อยๆพาตัวเองขึ้นเครื่องแล้วก็มาถึงเชียงรายในวันที่ 26 ธันวาเวลา ตี 1
เกิดมาในชีวิตก็ไม่เคยวู่วามขนาดนี้มาก่อน
แต่รู้แต่ว่า นี่คือหนึ่งในเรื่องราวที่สวยงามที่สุดที่ชีวิตมิ้นท์ไม่ควรพลาด

เช้าวันที่ 26 มิ้นท์ก็ได้ไปที่ไร่เชิงตะวัน พร้อมพี่ๆทีมงาน
ภาพที่เห็นคือ ทีมงานทุกคนทักทายกัน
ขอถ่ายรูป ขอกอด
เพราะนี่เป็นวันสุดท้ายที่ทีมจะได้อยู่รวมตัวกัน
โดยที่ไม่ต้องปฎิบัติหน้าที่

มิ้นท์ว่า เขาผูกพันกันมาก
2 เดือนกับภารกิจที่สุดของชีวิตเขาผ่านอะไรร่วมกันมาเยอะ
เขาเป็นเหมือนครอบครัว
และเขาเป็นครอบครัวที่แข็งแรงมาก!

ในคืนนั้นมีปาร์ตี้เล็กๆให้ทีมงาน
สามเฒ่าเข่าเสื่อม พี่โน้ต พี่โด๋ว พี่เบลล์ ขึ้นเป็นพิธีกร
กติกาคือ ห้ามไลฟ์ ห้ามถ่ายรูป
เพราะอยากให้ทุกคนได้ปาร์ตี้แบบเต็มที่จริงๆ
และกติกาอีกข้อหนึ่งคือ อนุญาตให้ขอลายเซ็นพี่ตูนได้
สำหรับทีมงานแล้ว มิ้นท์ว่ามีค่ามาก
ตลอดการปฎิบัติหน้าที่เขาไม่สามารถ
เพราะต้องคอยช่วยเซฟพี่ตูน
แต่วันนี้เขาจะได้ขอจากฮีโร่ของเขา

พี่โน้ต พี่ตูน พี่ก้อย อยากให้ทีมงานทุกคนได้ของรางวัลพิเศษกลับไป
เพราะพวกเขาสมควรได้จริงๆ
พี่ตูน พี่ก้อย พี่โน้ต ใช้ทุนส่วนตัว
ในการให้ของรางวัลพิเศษกับทีมงาน
เป็นการลุ้นรางวัลที่สนุกมาก
พี่ๆคนขับรถ คนเตรียมอาหาร คนติดตั้ง คนประสานงาน
คนขายของที่ระลึก ทีมกายภาพ ทีมคุณหมอ ทีมนักวิ่ง ทุกๆทีม
สนุกสนาน หลังจากที่เขาทำหน้าที่เขาอย่างสุดความสามารถมาตลอด
รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ท่าเต้นเกรียนๆ เรื่องเล่าฮาๆ เรื่องเผาขำๆสไตล์พี่โน้ต
เกิดขึ้นตลอดคืน

ผมขอโทษทุกคนที่ร้องไห้…คืนสุดท้ายก่อนจาก น้ำตาพี่เอียดกับอ้อมกอดและของขวัญประเมินค่าไม่ได้!?! วันนั้น…ผู้ชายเสื้อส้มจู่ๆก็โผล่มาวิ่งข้างๆตูน

พี่ตูนนอกจากใช้ทุนส่วนตัวให้รางวัลทีมงานแล้ว
พี่ตูนยังให้ของที่มิ้นท์ว่า บอกมูลค่าไม่ได้ให้ทีมงานได้ลุ้น
เสื้อ กางเกง แจ็คเกต รองเท้าที่พี่ตูนใช้ พี่ตูนตั้งใจให้ พร้อมเซ็นว่า รัก
สำหรับพวกเรา ของเหล่านี้คือประวัติศาสตร์
พอพี่ตูนเห็นชื่อคนที่ได้รองเท้าพี่ตูน
พี่ตูนถึงกับขอไมค์และพูดว่า
ผมว่าเขาสมควรได้ไปจริงๆ
คนนั้นคือ พี่เอียด ทีมนักวิ่ง

พี่ตูนไม่ค่อยชอบพูดอะไรยาวๆ
แต่พี่ตูนเล่าให้ฟังว่า
ก่อนออกมาวิ่ง ก็ได้มีการวางแผนกับทีมงานกันเป็นอย่างดี

แต่ก็ไม่คิดว่าจะมีคนออกมาให้กำลังใจและรอเยอะขนาดนี้
หน้าที่ของทีมนักวิ่งคุ้มกันพี่ตูนจึงสำคัญมาก
ตอนพี่ตูนวิ่ง อยู่ๆก็มีพี่เสื้อส้ม ที่พี่ตูนไม่รู้จักมาวิ่งข้างๆ
คอยกัน ไม่ให้พี่ตูนโดนศอก เข่า ไม่ให้มีคนชน
เป็นอย่างนี้ตลอดจนจะพ้นจากเขตภาคใต้
พี่เสื้อส้มคนนั้น ก็คือ พี่เอียด
วันหนึ่งพี่เอียดเดินขึ้นมาบนรถบ้านพี่ตูน
และบอกพี่ตูนว่า "ขอบคุณที่ให้ผมร่วมวิ่งด้วย ผมส่งพี่ตูนได้เท่านี้
ผมต้องไปแล้ว
ผมขออะไรอย่างหนึ่งได้ไหมครับ
ผมขอลายเซ็นพี่ตูนได้ไหมครับ"
แล้วพี่เอียดก็ลงจากรถบ้านไป
พี่เอียดต้องกลับไปปฎิบัติภารกิจที่กอง

ผมขอโทษทุกคนที่ร้องไห้…คืนสุดท้ายก่อนจาก น้ำตาพี่เอียดกับอ้อมกอดและของขวัญประเมินค่าไม่ได้!?! วันนั้น…ผู้ชายเสื้อส้มจู่ๆก็โผล่มาวิ่งข้างๆตูน

หลังจากนั้นอีกวันสองวัน
พี่ตูนบอกว่า ผู้ชายเสื้อส้มก็กลับมาวิ่งคุ้มกันพี่ตูนอีกครั้ง
เพราะได้อนุญาตให้สามารถลาได้
และพี่เอียดก็เป็นทีมนักวิ่งคอยคุ้มกันพี่ตูนจนถึงแม่สาย

ในเซทสุดท้าย พี่เอียดเจ็บขามากจนไม่สามารถวิ่งได้
ทุกคนอยากให้พี่เอียดวิ่งเข้าเส้นชัยพร้อมพี่ตูนให้ได้
แต่พี่เอียดบอกว่า
"ผมฝืนมา 2 วันแล้ว และผมไม่ไหวแล้วจริงๆ"
ความเจ็บปวดนั้นมากมายมากมาก
จนทำให้พี่เอียดที่ต่อสู้มาตลอดถึงขั้นไม่ไหวในเซทสุดท้าย
ทีมแพทย์และทีมกายภาพพยายามอย่างสุดตัวในการทำให้พี่เอียดวิ่งให้ได้
ทีมแพทย์จากพระมงกุฎบินด่วนจากกรุงเทพขึ้นไปฝังเข็มให้พี่เอียด
เพื่อให้พี่เอียดสามารถวิ่งในเซทสุดท้ายให้ได้

ภาพพี่เอียดที่พยายามวิ่งเดินเข้าเส้นชัยอยู่หลังพี่ตูนที่แม่สาย
เกิดขึ้นท่ามกลางการลุ้นของทีมงานที่รู้เรื่องราว
ถ้าไม่มีเรื่องเล่าระหว่างทางนี้
เราคงไม่รู้ว่า พี่เอียดต้องผ่านอะไรมาบ้าง
มันไม่ใช่แค่การวิ่ง
มันคือความตั้งใจความทุ่มเทชีวิตของพี่คนหนึ่ง

พี่เอียดเล่าให้เราฟังทั้งน้ำตา
"ผมอยากวิ่งกับพี่ตูน"
พี่ตูนกอดพี่เอียด
และพี่ตูนก็หันมาบอกเราว่า
พี่เอียดพูดกับพี่ตูนว่า
"ผมขอโทษทุกคนที่ผมร้องไห้"
พี่เอียด "ขอโทษ" ที่พี่เอียดร้องไห้
นี่แหละค่ะ "พี่เอียด"

พี่ตูนบอกเราว่า
พี่เอียดคืออดีตนั่งวิ่งมาราธอนทีมชาติไทย
และพี่เอียดคือเจ้าของสถิติที่ดีที่สุดในการวิ่งมาราธอนของคนไทยจนถึงปัจจุบัน

มิ้นท์ฟังเรื่องราวนั้นด้วยน้ำตา
และหันไปเห็นทีมงานหลายๆคนร้องไห้เช่นกัน
ในทุกๆก้าวที่ก้าวคนละก้าวไป
ทีมงานกว่าร้อยชีวิต
มีที่มาของการมา
และมีเรื่องระหว่างทางที่เขาต้องพบเจอมากมาย
มิ้นท์สัมผัสแค่ไม่กี่วัน แต่มิ้นท์บอกได้แค่ว่า
ทุกคนมอบรอยยิ้มให้กัน ทุกคนช่วยเหลือกันเหมือนครอบครัว
พวกเขาทำภารกิจที่มันยากมากๆ
และไม่ได้ทำเพื่อตัวเองแต่ทำเพื่อคนอื่น

มิ้นท์รอคอยให้ทีมงานเล่าเรื่องราวของทีมงาน
เพื่อให้พวกเราได้ขอบคุณและชื่นชมพวกเขาทุกคน

ขอบคุณก้าวคนละก้าว
พวกคุณทุกคนสุดยอดจริงๆค่ะ

ผมขอโทษทุกคนที่ร้องไห้…คืนสุดท้ายก่อนจาก น้ำตาพี่เอียดกับอ้อมกอดและของขวัญประเมินค่าไม่ได้!?! วันนั้น…ผู้ชายเสื้อส้มจู่ๆก็โผล่มาวิ่งข้างๆตูน

ขอยคุณที่มา www.phenkhao.com

ขอบคุณเฟซบุ๊ก : เรื่องมิ้นท์มิ้นท์

เป็นเพื่อน Line กับเรา

Muslimthaipost Social Network :

Facebook Muslimthaipost
Youtube Muslimthaipost
Instagram Muslimthaipost
Twitter Muslimthaipost