สื่อดังสิงคโปร์ตีข่าวเชิดชู "ตูน บอดี้สแลม" ในภารกิจ "ก้าวคนละก้าว"

14 พย. 60     488

สื่อดังสิงคโปร์ตีข่าวเชิดชู

สื่อดังสิงคโปร์ "ชาแนลนิวส์เอเชีย' ซึ่งเป็นสื่อระดับเอเชีย นำเสนอรายงานภารกิจวิ่งการกุศล ในโครงการก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศของ ตูน บอดี้สแลม ท่ามกลางปัญหาขาดแคลนงบประมาณตามโรงพยาบาลของรัฐ


รายงานของชาแนลนิวส์เอเชีย ระบุว่า นายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม นักร้องชื่อดังของไทย กำลังอยู่ในภารกิจวิ่งมาราธอนทั่่วประเทศ ในโครงการก้าวคนละก้าว เรี่ยไรเงินบริจาคมอบแด่โรงพยาบาลรัฐ 11 แห่ง
ชาแนลนิวส์เอเชียระบุว่าภารกิจของ ตูน เริ่มต้นจากที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ทางภาคใต้ของไทยและมีเป้าหมายเข้าเส้ยชัยที่อำเภอแม่สายจังหวัดเชียงราง ทางภาคเหนือของไทยติดชายแดนพม่า
สื่อแห่งนี้ระบุว่าเป้าหมายของ ตูน คือวิ่งเป็นระยะทาง 2,191 กิโลเมตร เป็นเวลา 55 วัน โดยในวันจันทร์(13พ.ย.) เป็นวันที่ 11 ของการวิ่งมาราธอนทั่วประเทศ เป็นระยะทางรวมแล้วกว่า 500 กิโลเมตร

สำนักข่าวดังของสิงคโปร์ระบุว่าความพยายามครั้งนี้ไม่ใช่ภารกิจวิ่งมาราธอนเพื่อเรี่ยไรเงินบริจาคเพื่อมอบแด่โรงพยาบาลต่างๆครั้งแรกของตูน โดยย้อนกลับไปเมื่อเดือนธันวาคม 2016 เขาเคยวิ่งเป็นระยะทาง 400 กิโลเมตร เพื่อระดมทุนได้ 63 ล้านบาท ส่วนเป้าหมายของการวิ่งหนล่าสุดคือยอดบริจาค 700 ล้านบาท

สื่อดังสิงคโปร์ตีข่าวเชิดชู

ตูน ให้สัมภาษณ์กับชาแนลนิวส์เอเชีย ว่าเขาเลือกวิ่งมาราธอนแทนทำสิ่งอื่นๆอย่างเช่นจัดคอนเสิร์ต เนื่องจากมันไม่ต้องใช้เงินมากมาย "ผมเป็นนักร้องไม่ใช่นักกีฬาอาชีพ มีคนถามผมว่าทำไมผมถึงไม่จัดคอนเสิร์ตสำหรับระดมทุนเพื่อบริจาคให้โรงพยาบาลเหล่านี้"

"แต่คอนเสิร์ตมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างมากและเราอาจเหลือเงินแค่เล็กน้อย ซึ่งไม่เพียงพอที่จะซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับโรงพยาบาลเหล่านั้น" เขากล่าว "ดังนั้นผมจึงลองคิดว่า ผมจะเรี่ยไรเงินได้อย่างไรโดยที่ไม่ต้องลงทุนอะไรเลย? ผมไม่ต้องใช้อะไรนอกจากออกวิ่งเพื่อสะท้อนปัญหา แล้วขอรับเงินบริจาคบ้างระหว่างทางดูล่ะ?"

สื่อดังสิงคโปร์ตีข่าวเชิดชู

ชาแนลนิวส์เอเชียให้ข้อมูลเสริมว่าในปีงบประมาณ 2017 กระทรวงสาธารณสุขของไทยได้รับงบประมาณ 255,000 ล้านบาท โดยเงินจำนวนนี้เป็นที่พึ่งของโรงพยาบาลรัฐนับพันแห่งทั่วประเทศ ผลก็คือไม่มีงบประมาณเพียงพอสำหรับโรงพยาบาลตามพื้นที่ชนบทจำนวนมาก 

มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากคนบางกลุ่มว่าโครงการนี้เป็นเพียงแค่จำอวดและไม่ได้แก้ปัญหาในระยะยาว ในเรื่องนี้ ตูน บอกกับชาแนลนิวส์เอเชีย เขาไม่ได้คาดหมายว่าจะได้รับเสียงชื่นชมต่อความพยายามของตนเอง "ผมไม่ต้องการคำยกย่อง ผมไม่ใช่ฮีโร่และไม่ใช่คนพิเศษ ท้ายที่สุดแล้ว ผมเป็นเพียงสะพานที่เชื่อมโยงน้ำใจคนไทยทุกคน และสื่อสารให้คนไทยได้รับรู้ปัญหานี้ คนที่ควรได้รับการยกย่องและฮีโร่ตัวจริงคือคุณหมอ คุณพยาบาลและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลทุกคน ที่ต้องทำงานในสภาพแวดล้อมที่แสนลำบาก"

สื่อดังสิงคโปร์ตีข่าวเชิดชู

สื่อมวลชนแห่งนี้รายงานว่าคนไทยมากกว่า 48 ล้านคน หรือราว 75 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งหมด ต้องพึ่งพาระบบประกันสุขภาพอันกว้างขวางของรัฐบาลและจำนวนก็เพิ่มขึ้นในทุกๆปี ขณะที่การทำงานในโรงพยาบาลรัฐถือเป็นงานสาหัสอย่างมากสำหรับเหล่าแพทย์และพยาบาลในไทย และด้วยชั่วโมงทำงานที่ยาวนาน จำนวนคนไข้ล้นมือและปัญหาระบบราชการ ผลักให้บุคคลกรทางการแพทย์จำนวนมากไหลบ่าสู่ภาคเอกชน

ที่มา                      mgronline.com 

เป็นเพื่อน Line กับเรา