เมื่อสินค้าทยอยขึ้นราคา 'ช้อปช่วยชาติ' จึงกลายเป็น 'ช้อปช่วยห้าง' ซะงั้น! ใครพบเห็นแจ้งเรื่องเอาผิดได้!

14 พย. 60     209

เมื่อสินค้าทยอยขึ้นราคา 'ช้อปช่วยชาติ' จึงกลายเป็น 'ช้อปช่วยห้าง' ซะงั้น! ใครพบเห็นแจ้งเรื่องเอาผิดได้!

เมื่อสินค้าทยอยขึ้นราคา 'ช้อปช่วยชาติ' จึงกลายเป็น 'ช้อปช่วยห้าง' ซะงั้น! โลกออนไลน์วิจารณ์เดือด สินค้าถูกปรับขึ้นราคาช่วง 'ช้อปช่วยชาติ' เอาเปรียบผู้บริโภค ล่าสุด พาณิชย์สั่งตรวจสอบ “ห้างค้าปลีก” ขึ้นราคาฉวยโอกาส เตือน ใครพบเห็นแจ้งเรื่องเอาผิดได้!

ช้อปช่วยชาติ = นาทีทองนักฉวยโอกาส?
 “ขึ้นราคาเกือบทุกอย่าง ชาเขียวยี่ห้อหนึ่งจากราคา 15 บาท ขึ้นเป็น 20 บาท ปลากระป๋องจากราคา 18 บาท ขึ้นเป็น 20 บาท กาแฟจากราคา 13 บาท ขึ้นเป็น 15 บาท นี่มันมหกรรมช้อปช่วยชาติหรือมหกรรมขึ้นราคากันแน่” หนึ่งในความเห็นจากโลกออนไลน์ที่ได้แสดงความคิดเห็นถึงประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างหนัก เกี่ยวกับประเด็นการขึ้นราคาของสินค้าบางประเภทในช่วงมหกรรม “ช้อปช่วยชาติ” โดยหลังจากที่โลกออนไลน์ได้เผยแพร่ข้อความจากผู้ซื้อสินค้ารายหนึ่งที่ได้เดินทางไปเลือกซื้อสินค้าในแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ห้างฯ สรรพสินค้าแห่งหนึ่ง พบว่าราคาโทรทัศน์ยี่ห้อหนึ่งขึ้นราคาจากป้ายเดิมราคา 16,490 บาท ถูกเปลี่ยนป้ายราคาใหม่เป็นราคา 18,490 บาท และเมื่อสอบถามทางพนักงานขายได้คำตอบว่าเป็นนโยบายของผู้บริหารสั่งการมา หากต้องการได้สินค้าลดราคา แนะนำให้มาช่วงสิ้นปี เพราะเป็นเทศกาลลดราคาสินค้าตามห้างฯ ต่างๆ “เมื่อวานนี้มีประกาศจากรัฐบาลเรื่องมาตราการลดภาษี สำหรับผู้ที่ช้อปช่วยชาติ วันนี้มีโอกาสแวะไปซื้อของที่ห้างฯ แห่งหนึ่งในแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้าดูทีวี ขนาด 49 นิ้ว เห็นราคาติดไว้ 16,490 บาท เลยว่าจะซื้อเครื่องนี้ แต่จะรอถึงวันที่ 11 พฤศจิกายนก่อน เพราะเป็นช่วงเวลาที่ทางการกำหนดภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

ขณะที่ยืนมองดูยี่ห้ออื่นๆ อยู่ ได้มีพนักงานมาเปลี่ยนป้ายราคาเครื่องที่เราจะซื้อเป็น 18,490 บาท ขึ้นที 2,000 บาท (ความจริงเขาเปลี่ยนขึ้นราคาแทบทุกเครื่องทุกยี่ห้อ) เราเลยสอบถามพนักงาน เขาบอกว่าเป็นนโยบายของผู้บริหารสั่งการมาของมีขึ้นมีลง 

เมื่อสินค้าทยอยขึ้นราคา 'ช้อปช่วยชาติ' จึงกลายเป็น 'ช้อปช่วยห้าง' ซะงั้น! ใครพบเห็นแจ้งเรื่องเอาผิดได้!

"ถ้าต้องการซื้อของถูก ให้มาซื้อตอนปลายธันวาคม-ต้นมกราคมสิ เพราะเป็นเทศกาลลดราคาของห้างฯ แทบทุกห้างฯ อยู่แล้ว" ทำให้เรามาคาดการณ์ว่า ช่วงที่ช้อปช่วยชาติ ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย. - 3 ธ.ค.60ห้างฯ จะไม่ลดราคา กะฟันเต็มที่อยู่แล้ว และหลังจากวันที่ 3 ธ.ค. 60ถึงจะมีการลดราคา ใครที่จะซื้อของเพื่อลดภาษีลองพิจารณาดู”

โดยหลังจากที่มีการเผยแพร่ข้อความดังกล่าว ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงประเด็นร้อนนี้ไปทั่วโลกออนไลน์ ซึ่งความเห็นส่วนใหญ่มีการพูดถึงเรื่องราคาที่ปรับขึ้นของสินค้าบางอย่าง รวมถึงตั้งคำถามกับห้างฯ ร้านด้วยว่า นี่เป็นช่วงลดหย่อนภาษีให้กับประชาชนหรือเป็นช่วงฉวยโอกาสของนักลงทุนกันแน่

“เสื้อบางยี่ห้อ จาก 300 กว่าบาท ตั้งไปเป็น 1,250 บาท”

“ขึ้นราคาเกือบทุกอย่าง ชาเขียวจาก15บาท ขึ้นเป็น20บาท ปลาป๋องจากราคา 18 บาท เป็น 20 บาท กาแฟ13บาท ขึ้นเป็น15บาท ไหนรัฐบาลบอกขึ้นเฉพาะเครื่องดืมที่มีแอลกอฮอล์ แล้วนี่มันอะไรกัน”

“กาแฟกระป๋องขึ้น 2 บาท จาก 13 บาท เป็น 15 บาท ถ้าขายวันละล้านกระป๋อง กำไรเพิ่มทันทีวันละ2ล้าน ประชาชนก็รับกรรมไป”

จากกระแสดรามาปรับขึ้นราคาสินค้าบางชนิดที่ได้มีการเผยแพร่ในสื่อออนไลน์ต่างๆ เกี่ยวกับการที่ผู้ประกอบการค้าปลีกบางราย ถือโอกาสเอาเปรียบผู้บริโภคในช่วงมหกรรมช้อปช่วยชาติ ด้วยการขึ้นราคาสินค้าบางชนิด เพื่อจำหน่ายในช่วงที่ประชาชนจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าในช่วงเวลาที่มีโครงการช้อปช่วยชาติดังกล่าว

“สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า จากกระแสที่สังคมพูดถึงกรณีที่พบผู้ประกอบการค้าปลีกปรับขึ้นราคาในช่วงช้อปช่วยชาติขณะนี้ ได้มีการสั่งการให้กรมการค้าภายในตรวจสอบการขึ้นราคาสินค้าตามที่ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนแล้ว

รวมถึงได้สั่งให้กรมการค้าภายในออกหนังสือแจ้งไปยังห้างร้านต่างๆ อย่าได้มีพฤติกรรมดังกล่าวและหากตรวจสอบพบจะมีการเอาผิดตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด!“บุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร” อธิบดีกรมการค้าภายใน

เมื่อสินค้าทยอยขึ้นราคา 'ช้อปช่วยชาติ' จึงกลายเป็น 'ช้อปช่วยห้าง' ซะงั้น! ใครพบเห็นแจ้งเรื่องเอาผิดได้!

ด้าน “บุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร” อธิบดีกรมการค้าภายใน สำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กรมการค้าภายใน ได้ออกมาชี้แจงถึงประเด็นที่สังคมตั้งคำถามในขณะนี้ว่า ได้มีการส่งเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบและดูแลไม่ให้ผู้ประกอบการค้าปลีกแต่ละแห่ง ฉวยโอกาสขึ้นราคาเอาเปรียบประชาชน หากประชาชนพบเห็นสามารถแจ้งเอาผิดได้ทันที!

“ทางเราได้มีการจัดส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบ ราคาจำหน่ายสินค้าทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดเป็นประจำทุกวัน โดยเฉพาะในช่วงที่มีโครงการช้อปช่วยชาติว่า ให้ผู้ผลิต ผู้จำหน่ายสินค้า-บริการ รวมถึงตัวผู้ประกอบการค้าปลีก จำหน่ายสินค้าและบริการในราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรม

 โดยห้ามไม่ให้ฉวยโอกาสปรับราคาสูงขึ้นโดยไม่มีเหตุผลสมควร หากร้านค้าปรับราคาจำหน่ายสินค้าสูงขึ้น เป็นการกระทำที่ไม่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลตามโครงการช็อปช่วยชาติ ที่ต้องการให้ประชาชนจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ

หากว่าไม่เป็นไปตามมาตรการลดภาระค่าครองชีพของกระทรวงพาณิชย์ จะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติ ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

อย่างไรก็ดี สำหรับประชาชนที่พบเห็นการกระทำดังกล่าวที่เข้าข่ายเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค สามารถโทรแจ้งได้ที่ สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 และที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศได้ทันที

ที่มา                  mgronline.com 

เป็นเพื่อน Line กับเรา