ตั้ง 2 ข้อหาหนัก ปธ.ฮัจยี กรุ๊ป หลอกลงทุน 300 ล้าน

13 ตค. 60     12973

ตั้ง 2 ข้อหาหนัก ปธ.ฮัจยี กรุ๊ป หลอกลงทุน 300 ล้าน


ตั้ง 2 ข้อหาหนัก ปธ.ฮัจยี กรุ๊ป หลอกลงทุน 300 ล้าน

ดีเอสไอ รับตัว สุภัตทา ประธานฮัจยี กรุ๊ป แจ้ง2 ข้อหาอั้งยี่ซ่องโจรและฟอกเงิน หลังหลอกร่วมลงทุน เสียหายมากกว่า 300 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 11 ต.ค.ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล  รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้รับตัวนางสุภัตทา จันทรรังษี ประธานบริษัท ฮัจยี กรุ๊ป จำกัด หลังเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวไว้ที่ มทบ.11 ซึ่งเกี่ยวโยงกับความมั่นคง มาสอบสวนเพื่อขยายผลเพิ่มเติมต่อที่ดีเอสไอ โดยมีตำรวจกองปราบปรามคุมตัวผู้ต้องหามาส่งให้กับทางดีเอสไอ

พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า ได้ควบคุมตัวนางสุภัตทา จันทรรังษี  ประธานบริษัท ฮัจยี กรุ๊ป จำกัด มาสอบปากคำเพิ่มเติม เนื่องจากเป็นคดีพิเศษที่ 217/2560 โดยดีเอสไอจะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมนางสุภัตทา จากเดิมที่มีการแจ้งข้อหาในฐานความผิดร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงฉ้อโกงประชาชน นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา และร่วมกันเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ อันเป็นเท็จ


"ในวันนี้ได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีก 2 ข้อหา คือ 1.ร่วมกันฟอกเงิน และ2.ร่วมตัวกันเป็นแก๊งอาชญากรรมในลักษณะอั้งยี่ซองโจร และมีแนวโน้มเข้าข่ายความผิดอาชญากรรมข้ามชาติ เนื่องจากผู้กระทำผิดมีความเชื่อมโยงกัน 2 ประเทศ สำหรับการตรวจสอบผู้ต้องหาที่อ้างว่าเป็นองค์รัชทายาทมอญยืนยันว่าไม่ใช่ของจริงแน่นอน นอกจากนี้ยังพบว่ามีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ระดับนาวาเอกเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งตำรวจและทหาร รวมทั้งสื่อมวลชนซึ่งจะต้องเรียกมาสอบปากคำก่อนว่ามีเจตนาร่วมกันกระทำความผิดหรือถูกหลอกใช้โดยรู้เท่าไม่ถึงการ ซึ่งมีทั้งสื่อกระแสหลักและช่องดาวเทียมประมาณ 4-5 ราย" พ.ต.ต.สุริยา กล่าว


พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า การสอบปากคำในครั้งนี้จะเน้นประเด็นเรื่องโครงสร้างของบริษัท ฮัจยี กรุ๊ป จำกัด ว่าเป็นอย่าง รวมถึงเครือข่ายในการทำงานอย่างไรบ้าง ขณะนี้ข้อมูลที่ได้มาจากผู้เสียหายที่ให้การไว้แล้ว แต่จะให้โอกาสนางสุภัตทา ชี้แจ้งข้อเท็จจริงกับพนักงานสอบสวนก่อน ส่วนนายกอว มิน อู หรือเจ้าเทพโยธิน มหาทุน สัญชาติเมียนมา ซึ่งแอบอ้างเป็นเจ้าแห่งรัฐมอญ ขณะนี้ผู้ต้องหายังหลบหนีอยู่ที่ประเทศเมียนมา และตอนนี้ได้ประสานกับทหารตำรวจเมียนมา ไว้แล้วคาดว่าจะสามารถจับกุมตัวได้เร็วๆนี้


ส่วนการตรวจสอบมูลนิธิอาสาบรรเทาภัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มีการแอบอ้างเอาตราสัญญาลักษณ์ไปใช้อย่างผิดกฎหมาย ทำให้ไม่สามารถต่อใบอนุญาตมูลนิธิได้ ตั้งแต่ปี 2557 รวมถึงการแต่งกายเรียนแบบและประดับยศเหมือนข้าราชการตำรวจถือว่าผิดกฎหมาย  เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อ


พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า นอกจากนี้ ทางดีเอสไอได้ประสานให้ ปปง. ตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดในขบวนการซึ่งเชื่อว่ามีความเสียหายมากกว่า 300 ล้านบาท อย่างเฉพาะโครงการถมทรายในภาคตะวันออก ที่กลุ่มฮัจ ยี กรุ๊ป จำกัด ไปหลอกลวงให้ร่วมทุนพบว่ามีความเสียหาย 900 ล้านบาท


ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้กระทำผิด พบว่าไม่ใช่เพียงการอ้างลงทุนเมกะโปรเจกต์ 78 โครงการเท่านั้น แต่ยังมีการกระทำความที่มีความซับซ้อนยุ่งยากตรวจสอบได้ยาก  โดยใช้แม่ข่ายชักชวนผู้อื่นมาเป็นสมาชิก โดยผู้ที่ร่วมลงทุนมีแต่สูญเงินไม่เคยได้ผลตอบแทน ต่างจากกลุ่มแชร์ลูกโซ่ยังพอได้รับผลตอบแทนบ้าง โดยดีเอสไอได้ร่วมกับกองบัญชาการตำตรวจสอบสวนกลาง(บช.ก.) กองปราบปราม(บก.ป.) ปปง. กองบัญชาการตำรวจสันติบาล(บช.ก.) เพื่อร่วมติดตามตรวจสอบกลุ่มเครือข่าย เนื่องจากเป็นขบวนการใหญ่ที่หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งจะทำงานได้เพียงลำพัง


พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า ดีเอสไอจะทำการสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยจะควบคุมตัวนางสุภัตทา ไว้สอบปากคำใน 48 ชั่วโมง พร้อมคัดค้านการประกันตัว และนำส่งศาลฝากขังดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้  (12 ต.ค.60) เวลา 15.00 น. พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) จะแถลงข่าวจับกุมเครือข่ายของบริษัท ฮัจยี กรุ๊ป จำกัด ที่หลอกลวงผู้เสียหายไปร่วมลงทุนในประเทศเมียนมา


www.posttoday.com

เป็นเพื่อน Line กับเรา