ชายแก่เดินมาขอพักโรงแรม กลับโดนไล่ เขาจึงหยิบมือถือโทรหา 4 คนนี้ ในที่สุดคนที่โดนไล่คือ??

6 ตค. 60     27619


ชายแก่เดินมาขอพักโรงแรม กลับโดนไล่ เขาจึงหยิบมือถือโทรหา 4 คนนี้ ในที่สุดคนที่โดนไล่คือ??

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มีหญิงสาวคนหนึ่งชื่อ จาง ลี่ ลี่ หลังเรียนจบมหาวิทยาลัย ญาติใช้เส้นทำให้เธอได้เข้าทำงานที่โรงแรม 5 ดาวแห่งหนึ่งและเป็นโรงแรมที่มีชื่อเสียงของท้องถิ่น เธอทำหน้าที่เป็นพนักงานต้อนรับหน้าเคาน์เตอร์ โรงแรมแห่งนี้ได้รับการออกแบบพิเศษด้วยงบกว่า 2 หมื่นล้าน ทำให้จาง ลี่ ลี่รู้สึกภาคภูมิใจในงานนี้มาก แต่เธอก็คิดว่านี่ก็เป็นเพราะความสามารถในตัวเธอด้วยถึงจะเข้ามาทำได้ ไม่ใช่มีเส้นแล้วจะเข้ามาทำงานที่นี่ได้เสมอไป

ทุกครั้งที่จาง ลี่ ลี่ไปกินข้าวกับเพื่อนๆ ก็จะอวดใหญ่ว่าทำงานที่นี่ดีแค่ไหน พยายามบอกสรรพคุณของการที่ได้เป็นพนักงานของโรงแรมแห่งนี้ดีแค่ไหน นับวันความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนของเธอยิ่งไกลห่าง อ่อ! ยังมีอีกเรื่อง ทุกครั้งที่มีการนัดกินข้าวสังสรรค์กับเพื่อนๆ สุดท้ายเธอและแฟนหนุ่มก็จะขอตัวกลับบ้านก่อนทุกครั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายเงิน และบอกประโยคเดิมๆว่า "คราวหน้าจะเลี้ยงอาหารเลิศหรูเพื่อเธอตอบแทนละกัน" แต่ก็ไม่เห็นแค่เลี้ยงเลยสักครั้ง


มีอยู่วันหนึ่งเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยคนหนึ่งชวนจาง ลี่ ลี่และแฟนหนุ่มกินข้าว ขณะกินข้าวอยู่นั้นเพื่อนสาวคนนั้นก็อยากให้จางลี่ลี่ช่วยแนะนำเข้าทำงานที่โรงแรมแห่งนั้น แต่คำพูดจางลี่ลี่ ทำเอาเธอถึงกับอึ้ง! จางลี่ลี่พูดว่า

"เรื่องนี้มันเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด เพราะเธอหน้าตาธรรมดา เป็นคนบ้านนอก โรงแรมของเราไม่ต้องการคนแบบเธอ คุณสมบัติแบบไหนถึงจะเหมาะที่ได้รับเข้าทำงานที่นี่ ก็คือ แบบฉันไง สวยงามอย่างเป็นธรรมชาติ"

เพื่อนสาวคนนั้นได้ยินแบบนั้นก็เรียกพนักงานเช็คบิล แล้วเดินออกจากร้านอาหารทันที โดยไม่ได้ลาจางลี่ลี่และแฟนหนุ่ม


ชายแก่เดินมาขอพักโรงแรม กลับโดนไล่ เขาจึงหยิบมือถือโทรหา 4 คนนี้ ในที่สุดคนที่โดนไล่คือ??


หลังจากนั้นเพื่อนสาวคนนี้ก็ไม่ติดต่อจางลี่ลี่อีกเลย หลังจากนั้น 1 เดือน เธอก็พาแฟนหนุ่มเข้าทำงานที่โรงแรมเดียวกับเธอ จางลี่ลี่เธอมีความมั่นใจในตนเองมาก และอวดเก่งคิดว่าตนเองเป็นคนในเมือง นั่งรถไฟฟ้า มีรสนิยมที่สูงกว่าคนชนบท วันหนึ่งเธอเห็นคนแก่ดูท่าทางเหมือนคนนชนบท เธอก็ไม่ยอมลุกให้นั่ง ขนาดคนข้างๆลุกให้คนแก่นั่ง เธอยังไม่ยอมให้นั่งข้างๆเธอเลย

จางลี่ลี่รับผิดชอบงานหน้าเคาน์เตอร์เกี่ยวกับการจองห้อง เธอจะใช้สายตาของเธอวัดระดับคนจากสิ่งที่เธอเห็น เธอตีสองหน้าเก่งมาก ประจบเอาใจคนรวย แต่พอคนจนก็ดูถูกอย่างมาก


วันหนึ่งขณะที่ข้างนอกฝนตกหนัก มีสองสามีภรรยาคู่หนึ่ง ภรรยาอุ้มท้องใหญ่มาก ร่างกายเปียกปอนเดินเข้ามาในโรงแรม จางลี่ลี่จึงเดินเรียกให้ จ้าว เสี่ยว หุ้ยเพื่อนพนักงานอีกคนไปรับแขกคนนัั้น ลูกค้าผู้ชายจึงถามว่า "ยังมีห้องว่างเหลืออยู่ไหม?"..จ้าว เสี่ยว หุ้ยตอบไปว่า "พอดีเลยคุณมาทันเวลาพอดี ยังเหลืออีกห้องสุดท้าย วันนี้ฝนตกทำให้ลูกค้าเยอะเป็นพิเศษ"


ทันใดนั้น จางลี่ลี่ก็เดินมาพูดแทรกว่า "วันนี้ห้องเต็มหมดแล้วค่ะ ไม่เหลือแม้แต่ห้องเดียว"  พร้อมด้วยทำท่าดูที่จอคอมพิวเตอร์ จ้าว เสี่ยว หุ้ยจึงพูดขึ้นว่า "ยังเหลืออีกห้องไม่ใช่หรอ?"


จางลี่ลี่บอกว่า "ฉันบอกว่าไม่มีก็คือไม่มีสิ ดูอะไรมากมาย" เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวาน 

จางลี่ลี่ตอบไปว่า "ทำไมมีปัญหาหรอ" ทำให้แฟนหนุ่มของเธอต้องเดินมาช่วยไกล่เกลี่ย

ลูกค้าที่อุ้มท้องจึงบอกว่า "ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวเราไปหาโรงแรมอื่นก็ได้"


จ้าวเสี่ยวหุ้ยโทรไป 5 ที่แต่ก็ไม่มีห้องว่างเหลือเลย จนในที่สุดโทรครั้งที่ 6 โรงแรงนั้นเหลือห้องว่าง 1 ห้องพอดี จึงให้ที่อยู่แก่สองสามีภรรยานั้นไป

ลูกค้าผู้ชายจึงเอาเงินออกมา 100 หยวน(ราว 500 บาท) เป็นค่าน้ำใจที่จ้าวเสี่ยวหุ้ยช่วยโทรหาโรงแรมให้ แต่เธอก็ปฏิเสธและพูดว่า "ไม่เป็นไรค่ะ วันนี้เราไม่ได้บริการคุณ ไว้คราวหน้ามาใช้บริการของทางโรงแรมแล้วค่อยว่ากันนะคะ ครั้งนี้ขอไม่รับคะ พวกคุณรีบไปเถอะฉันขอให้ทางโรงแรมเหลือห้องสุดท้ายนั้นให้คุณแล้ว"


ลูกค้าสองสามีภรรยาจึงกล่าวขอบคุณและจากไป ทันใดนั้นเองจางลี่ลี่ก็เดินมาพูดกับจ้าวเสี่ยวหุ้ยว่า "เรื่องวันนี้อย่าเอาไปบอกผู้จัดการนะ" จ้าวเสี่ยวหุ้ยจึงตอบกลับไปว่า "ฉันจะบอก"

จางลี่ลี่ "ถ้าเธอเอาไปบอก ก็เตรียมตัวลาออกจากที่นี่ได้เลย เพราะผู้จัดการไม่ฟังคนอย่างเธอหรอก"

แฟนหนุ่มจึงเดินมาถามว่า "จางลี่ลี่ ยังเหลือห้องว่างอีกห้องไม่ใช่หรอ?"..เธอตอบว่า "คืนนี้ฝนตกหนักมาก เราสองคนก็นอนห้องนี้ละกันนะ" แฟนหนุ่มตอบกลับมาว่า "แหม! ฉลาดมากจริงๆเลยนะแฟนเรา"

หลังจากเรื่องนี้ผ่านไปสักระยะ ในคืนๆเดียวกันนั้นเอง ขณะที่จางลี่ลี่และแฟนหนุ่มกำลังนั่งคุยกันที่เคาน์เตอร์ จู่ๆก็เห็นชายแก่ชาวสวนคนหนึ่ง ทั้งสองดูจากการแต่งกายของชายชราจึงไม่ได้สนใจมัวแต่คุยกันอย่างสนุกสนาน


ชายแก่จึงบอกว่า "โรงแรมปิดแล้วหรอ?"

จางลี่ลี่ตอบไปว่า "คุณจะมาพักโรงแรมนี้หรอคะ?"

ชายแก่จึงตอบไปว่า "ทำไมหรอ? ฉันดูเหมือนว่าจะพักไม่ได้หรอ?"

จางลี่ลี่ "โรงแรมหรูขนาดนี้ชาวสวนอย่างคุณจะจ่ายไหวหรอ มันแพงมากนะ?"

ชายแก่จึงพูดขึ้นว่า  "เปิดธุระกิจโรงแรมไม่ใช่เพื่อการค้าหรอ มาสนใจทำไมว่าลูกค้าจะประกอบอาชีพอะไร? เปิดห้องให้ 1 ห้อง"  

จากนั้นชายชาวสวนจึงหยิบบัตร ATM ขึ้นมาใบหนึ่ง 

"ขออภัยด้วยจริงๆคะ ห้องเต็มหมดแล้ว" จางลี่ลี่กล่าวโดยที่ไม่สนใจบัตร ATM เลย

แฟนหนุ่มพูดแทรก "ทำไมหรอ? ถึงมีห้องว่างก็ไม่ให้คุณพักหรอก คุณจะทำอะไรได้"

ตอนนั้นเองจ้าวเสี่ยวหุ้ยทนดูต่อไปไม่ไหว ไหนๆก็ถูกไล่ออกแล้ว จึงเดินมาชึ้ที่หน้าจอคอมว่า "นี่ไง พวกนี้ไม่ใช่ห้องว่างหรอ?"

จางลี่ลี่จึงพูดออกมาว่า "นี่เธอโดนไล่ออกแล้วนะ ยังกล้ามาแสดงความคิดเห็นอะไรอีก แน่จริงก็ฟ้องพวกเราสิ"

"นี่มันก็เรื่องของฉัน โรงแรมนี้เปิดเพื่อทำธุระกิจ พวกเธอถือดียังไงไม่ให้ลูกค้าเข้าพัก พวกเธอเป็นใครใหญ่มาจากไหน? ลุงคะรอสักครู่นะคะ โรงแรมยังเหลือห้องว่างอีกค่ะ" จ้าวเสี่ยวหุ้ยหันมาพูดกับชายแก่

ทันใดนั้นเองแฟนหนุ่มของจางลี่ลี่ก็เดินไปตบหน้าจ้าวเสี่ยวหุ้ย 1 ที พร้อมพูดว่า "ว่าไง เก่งอะไรนักหนา ฉันไม่ชอบเธอมานานแล้วนะ ยังจะพูดมากอีก"

จ้าวเสี่ยวหุ้ยโดนตบจนล้มลงกับพื้น ชายแก่จึงไปพยุงเธอขึ้นมาแล้วพูดว่า "นี่พวกเธอทำร้ายร่างกายคนได้อย่างไง" แฟนหนุ่มผลักชายแก่แล้วพูดว่า "คนแก่โบราณ อย่ายุ่งเรื่องของคนอื่น" ตอนนั้นเองสองสามีภรรยาที่ก่อนหน้านี้จ้าวเสี่ยวหุ้ยเคยช่วยหาห้องพัก เดินเข้ามาพบพอดี จึงเข้าไปถามด้วยความห่วงใยว่า "เกิดอะไรขึ้นหรอ"


จ้าวเสี่ยวหุ้ยจึงตอบไปว่า "ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ฉันโดนไล่ออกแล้ว" ลูกค้าทั้งสามคนโกรธมากและพูดว่า "ต่อให้โรงแรมดีแค่ไหน แต่ถ้ามีคนแบบนี้อยู่ก็ไม่ขอพักหรอก ไปเถอะออกไปกัน" 

ชายแก่ทนเห็นพฤติกรรมของจางลี่ลี่กับแฟนหนุ่มไม่ไหว จึงพูดกับพวกเขาว่า "ฉันนึกว่าโรงแรมนี่พวกเธอสองคนเปิดเองซะอีกนะ อยากรู้จริงๆว่าใครรับพวกเธอเข้าทำงานที่นี่"  จึงหยิบมือถือขึ้นมาและโทรหาใครสักคน

ผู้จัดการโรงแรมก็เดินมาที่ล็อบบี้ และทักจ้าวเสี่ยวหุ้ยว่า "โดนไล่ออกแล้วไม่ใช่หรอ ทำไมยังไม่ไปอีก"

"ฉันไม่ให้เขาไปเอง ทำไมมีข้อสงสัยอะไรหรอ?"ชายแก่ตอบ

ผู้จัดการจึงถามชายแก่ว่า "ขออภัยครับ ท่านคือ?"

"นี่เธอคือผู้จัดการโรงแรมใช่ไหม? สองคนนี้คือคุณรับสมัครเขาเข้ามาเองหรอ?"

ผู้จัดการตอบไปว่า "ใช่ ทำไมหรอ? พวกเรารับสมัครพนักงานก็ต้องรายงานคุณด้วยหรอ?" 

"ดีมาก มา มา มา นั่งตรงโซฟาก่อน" ชายแก่จึงเรียกสองสามีภรรยาและจ้าวเสี่ยวหุ้ยมานั่งรอที่โซฟา

จางลี่ลี่จึงเดินมาพูดว่า "พวกคุณทั้ง 4 ไม่ได้พักที่นี่ รบกวนออกไปจากโรงแรมด้วยค่ะ"

ชายแก่เดินมาขอพักโรงแรม กลับโดนไล่ เขาจึงหยิบมือถือโทรหา 4 คนนี้ ในที่สุดคนที่โดนไล่คือ??


จู่ๆก็มีรถยนต์คันหรูของรองประธานโรงแรมทั้ง 4 ก็มาจอดตรงหน้าโรงแรม มีรองประธานจ้าว,โจว,ซุน,พัน ทันใดนั้นจางลี่ลี่ แฟนหนุ่มและผู้จัดการจึงรีบไปต้อนรับและพูดว่า "วันนี้เกิดเรื่องขึ้นนิดหน่อยค่ะ เกี่ยวกับชายแก่คนนี้ที่มาก่อกวน ไม่มีอะไรมากเดี๋ยว เราก็จะให้พวกเขาจากไปพอดีคะ"

รองประธานทั้ง 4 คน เรียกชายแก่ว่า "เสี่ยวถัง เกิดอะไรขึ้นหรอ?" ชายแก่จึงชี้ไปที่หน้าที่โดนตบของจ้าวเสี่ยวหุ้ย จางลี่ลี่รีบเดินไปแก้ตัวว่า

"รองประธานคะเรื่องนิดหน่อยเอง ที่นี่พวกเราขอจัดการเองค่ะ"

รองประธานจ้าวจึงตอบไปว่า "หุบปาก"

"พ่อครับ ทำไมถึงมาที่โรงแรมละ?" รองประธานจ้าวพูดด้วยเสียงนอบน้อม

"ใช่ครับท่านประธานสูงสุด ขอเพียงท่านสั่งมาก็พอ ไม่จำเป็นต้องเดินทางมาถึงที่เลย ลำบากเปล่าๆ" รองประธานโจวกล่าว


"ถ้าฉันไม่มาถึงที่นี่ ปานนี้โรงแรมนี้ก็จะกลายเป็นชายหญิงคู่นี้แล้ว รู้ไหมว่าพนักงานสองคนนี้แสดงพฤติกรรมอะไรไป"

ชายชราเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้พวกเขาฟัง จากนั้นรองประธานโจวจึงเรียกผู้จัดการโรงแรมมา พร้อมด่าด้วยวาจาที่สุภาพว่า "พนักงานสองคนนี้เคยได้รับการสัมภาษณ์แล้วหรือยัง?" รองประธานพันกล่าวถาม

"ยังเลยครับ เพราะสองคนนี้เป็นลูกพี่ชาย ผมจึงไม่ได้สัมภาษณ์" ผู้จัดการกล่าว

"ฮาๆๆ ใครอนุญาตให้ใช้เส้นสายในการเข้าทำงานที่นี่ โรงแรมนี้ต้องการพนักงานที่เลือกเฟ้นมาอย่างดี ห้ามใช้เส้น" ชายแก่หรือท่านประธานสูงสุด

"ขอโทษค่ะท่าน พวกเราสำนึกผิดแล้วคะ ท่านประธาน" จางลี่ลี่และแฟนหนุ่กล่าว

ชายแก่เดินมาขอพักโรงแรม กลับโดนไล่ เขาจึงหยิบมือถือโทรหา 4 คนนี้ ในที่สุดคนที่โดนไล่คือ??

"โอ๊ย! ผมเป็นแค่คนแก่ชาวสวนคนหนึ่ง รับไม่ไหวหรอกกับคำขอโทษของพวกคุณ ผมจะให้จ้าวเสี่ยวหุ้ยขึ้นเป็นผู้จัดการแทน ส่วน 3 คนนี้ให้พ้นจากการเป็นพนักงานที่โรงแรมแห่งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เสี่ยวหุ้ยบอกหน่อยสิว่าการเป็นนักบริการที่ดีควรมีท่าทีอย่างไง?" ท่านประธานสูงสุดกล่าว

"ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าแบบไหน ฐานะอย่างไร เมื่อมาถึงที่โรงแรมเราควรให้บริการต้อนอย่างดี ด้วยใบหน้ายิ้มแย่มแจ่มใส ไม่ควรแสดงพฤติกรรมที่ไม่มีมารยาทออกไป" รองประธานทั้ง 4 คนก็พยักหน้ากันใหญ่

ท่านประธานสูงสุดกล่าวว่า การจะเป็นนายคนเราต้องเข้าใจการทำงานของคนระดับล่างสุดก่อน เพราะคนที่พบปะลูกค้าคือพนักงานกลุ่มนี้ แต่ไม่ใช่ผู้บริหารบนๆอย่างเรา การที่จะทำงานได้ดี ต้องมีใจถ่อมนั้นเป็นสิ่งสำคัญ


สุดท้ายจ้าวเสี่ยวหุ้ยทำงานดีขึ้น ทำให้โรงแรมมีชื่อเสียงโด่งดังเรื่องการให้บริการแก่ลูกค้า 2 ปีผ่านไป เธอมีเงินเดือนกว่าล้านบาท เธอได้เลื่อนตำแหน่งเป็น "ผู้บริหารระดับกลาง"

เมื่อมีการนัดสังสรรค์ เพื่อนฝูง คราวนี้จางลี่ลี่ก็ไปด้วย และพูดเชิงให้ร้ายจ้าวเสี่ยวหุ้ยว่า เนี้ยความจริงฉันต้องได้ตำแหน่งนี้ไปแล้ว แต่เพราะจ้าวเสี่ยวหุ้ยมาขัดขาเสียก่อน ไม่งั้นความสามารถระดับฉันไต่เต้าขึ้นไปง่ายนิดเดียว

เรื่องราวในครั้งนั้นยังไม่ทำให้จางลี่ลี่รู้สึกตัวจริงๆ ส่วนแฟนหนุ่มก็มีท่าทีจะขอเลิกจางลี่ลี่ จนเธอต้องรีบไปหางานที่ได้เงินเยอะๆ และขอร้องให้แฟนหนุ่มอย่าเลิกกับเธอเลย

เรื่องนี้ให้แง่คิดหลายอย่าง หวังว่าทุกคนจะได้อุทาหรณ์สอนใจไปบ้าง


ที่มา youclip , teenee.com

เป็นเพื่อน Line กับเรา