ย้อนรอยคดี “ยู่ยี่” ก่อนคุก 15 ปี เพจดังอ้าง อาจขัดขาผู้ค้าสัตว์รายใหญ่

17 มีค. 60     857

 ย้อนรอยคดี “ยู่ยี่” ก่อนคุก 15 ปี เพจดังอ้าง อาจขัดขาผู้ค้าสัตว์รายใหญ่

เพจดังบอกเล่าเบื้องหลังยู่ยี่ติดคุก เพราะถูกจับคดีโคเคนในสนามบินเมื่อปี 55 อ้างสามีไปขัดแข้งขัดขาผู้ค้าสัตว์รายใหญ่ จึงถูกปรักปรำ โดยเฉพาะปมลูกเสือดาวถูกกักขังหน่วงเหนี่ยว จนตำรวจต้องตามถึงบ้าน              

จากกรณีที่ นางชัชชญา เกวสต้า รามอส หรือ ยู่ยี่ อายุ 44 ปี อดีตนางแบบเซ็กซี่ชื่อดัง ถูกศาลฎีกาตัดสินจำคุก 15 ปี 3 เดือน ปรับ 1.5 ล้าน ในคดียาเสพติด นำโคเคน 251 มิลลิกรัม มาจากประเทศเวียดนาม ผ่านสนามบินดอนเมือง เมื่อปลายปี 2555 เฟซบุ๊ก “แหม่มโพธิ์ดำ” ได้โพสต์ข้อความเป็นคำบอกเล่าเกี่ยวกับคดีดังกล่าว ระบุว่า สาเหตุอาจเกิดจาก นายฟรานซิสโก รามอส หรือ นายแฟรงค์ สามีที่เป็นสัตวแพทย์ ช่วยเหลือสัตว์ป่า ไปขัดแข้งขัดขาผู้ค้าสัตว์รายใหญ่จึงถูกปรักปรำ              

เฟซบุ๊กดังกล่าว เล่าว่า ที่สนามบินดอนเมือง เมื่อนายรามอสไปเข้าห้องน้ำก็ได้พบกับชายไทยคนหนึ่งท่าทางเหมือนเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ เข้าไปบอกกับเขาว่า ยังจำได้ไหมว่าเขาไม่ได้จ่ายเงิน 4 แสนบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจให้การว่า เพื่อนตำรวจของเขาได้ยินเสียงร้องในห้องน้ำหญิงเขาเลยเข้าไปดู พบยู่ยี่อยู่ในนั้น เขาจึงได้ค้นกระเป๋าถือของเธอ พบยาเสพติดโคเคนอยู่ในห่อช็อกโกแลตเอ็มแอนด์เอ็ม ที่สถานีตำรวจ ยู่ยี่ถูกปฏิเสธไม่ให้ได้พบทนาย และไม่ยอมให้มีการตรวจปัสสาวะ ทั้งที่เธอร้องขอ              

เบื้องต้นเธอยอมรับสารภาพว่า โคเคนเป็นของเธอ มันตกค้างมาแต่เมื่อตอนไปเวียดนาม เธอให้การต่อศาลเมื่อถูกดำเนินคดีเธอบอกว่า ปริมาณโคเคนน้อยมาก ตำรวจแนะให้เธอเซ็นรับสารภาพเสียแล้วจะปล่อยตัวไป ต่อมาเธอแก้ไขคำให้การว่า เธอรู้สึกไม่สบายถึงได้เข้าไปในห้องน้ำ ในนั้นมีคนแปลกหน้าผู้หนึ่งเข้ามาช่วยเหลือ โดยแนะให้เธอกินช็อกโกแลต และยื่นซองเอ็มแอนด์เอ็มให้ ทันทีที่เธอเซ็นรับสารภาพที่สนามบิน เธอถูกใส่กุญแจมือแล้วนำตัวไปยังสถานีตำรวจดอนเมือง เธอถูกคุมขังอยู่สองวัน              

นายรามอส สามีจ่ายค่าประกันไป 1 หมื่นบาท เพื่อที่จะได้โทรศัพท์มือถือของเขาคืน จากที่ถูกตำรวจยึดเอาไป เมื่อเขาถ่ายภาพเหตุการณ์จับกุมตัวยู่ยี่บางตอน พอได้คืนก็ปรากฏว่า เมมโมรีการ์ดได้หายไป นายรามอส มีกำหนดจะต้องเข้าให้การในวันที่สองของการพิจารณาคดี ก็ถูกยกเลิกไป ฝ่ายจำเลยมีเพียงยู่ยี่คนเดียวที่ให้การต่อสู้ให้แก่ตนเอง ทนายของเธอได้ขอถอนตัว ให้เหตุผลว่าเขากลัวและไม่อยากเจอกับปัญหายิ่งกว่านี้ ทนายคนต่อมาก็อยู่ไม่นานขอถอนตัวเช่นกัน อ้างว่า คดีนี้ยุ่งยากมาก              

ย้อนรอยคดี “ยู่ยี่” ก่อนคุก 15 ปี เพจดังอ้าง อาจขัดขาผู้ค้าสัตว์รายใหญ่

นายรามอส และ ยู่ยี่ สองสามีภรรยาเป็นนักกิจกรรมกู้ภัยสัตว์ป่าด้วยกันมากว่าสิบปี ด้วยการเป็นอาสาสมัครของสมาคมพิทักษ์สัตว์ป่าแห่งประเทศไทย เขาช่วยกันช่วยชีวิตและปลดปล่อยสัตว์ป่าแล้วกว่าพันตัว เดือนพฤษภาคม 2555 ทั้งสองได้รับแจ้งทางโทรศัพท์ถึงการกักขังลูกเสือดาวตัวหนึ่ง จึงไปช่วยเหลือออกมาแล้วส่งให้กับสวนสัตว์ดุสิต ลูกเสือดาวมักลักลอบนำส่งยุโรปโดยซ่อนในกระเป๋าสัมภาระทำเงินได้ตัวละ 1 พันยูโร (ราว 380,000 บาท) ถ้าเป็นเสือดำ หรือที่ลายจุดสวยงามเป็นระเบียบ สนนราคาจะสูงขึ้นไปอีก 5 เท่า ราคาลูกเสือดาวพันธุ์อินโดจีน ที่ยู่ยี่กับแฟรงค์ช่วยออกมาได้นั้นอยู่ที่ครึ่งล้านบาท แต่ปรากฏว่า งานนี้ทั้งสองไปขวางทางผู้ยิ่งใหญ่ในไทยคนหนึ่งเข้าโดยไม่รู้ตัว              

หนึ่งอาทิตย์หลังการช่วยปลดปล่อยลูกเสือดาวตัวนี้ มีตำรวจในเครื่องแบบสองนายขี่มอเตอร์ไซค์ไปหาสองสามีภรรยาที่บ้าน เรียกร้องจะเอาเงิน 4 แสนบาท โดยไม่แจ้งว่าเป็นค่าอะไร ต่อมาอีกหลายอาทิตย์ตำรวจยกกำลังเข้าค้นบ้าน ตั้งข้อหาว่า มีสัตว์ป่าต้องห้ามไว้ในครอบครองโดยที่ทั้งสองพยายามอธิบายว่าสัตว์ราว 50 ตัวเหล่านั้น ช่วยชีวิตมาจากการบาดเจ็บและอยู่ในระหว่างพักรักษาก่อนปล่อยกลับเข้าป่าอีกครั้ง ตำรวจไม่ฟัง ยึดเอางูสี่ตัว และนกฮูกหนึ่งตัวไป              

หนึ่งเดือนหลังการบุกเข้าค้นบ้าน ยู่ยี่กับนายรามอสได้รับการเยือนจากตำรวจอีกครั้ง คราวนี้มานอกเครื่องแบบ สวมบูต เสื้อขาว กางเกงยีนส์ เรียกเงินสี่แสนอีก นายรามอส ถามว่า ทำไมเราต้องจ่ายด้วย เขาบอกว่าคิดหน่อยสิ คิดหน่อย จากนั้นก็บอกว่าลูกเสือดาวตัวนั้นจับไว้เพื่อส่งให้ใครคนหนึ่ง เงินที่เรียกเก็บเป็นค่าเสียหายจากการที่ปล่อยลูกเสือตัวนั้นไป


ย้อนรอยคดี “ยู่ยี่” ก่อนคุก 15 ปี เพจดังอ้าง อาจขัดขาผู้ค้าสัตว์รายใหญ่


ที่มา             www.manager.co.th แหม่มโพธิ์ดำ

เป็นเพื่อน Line กับเรา

Muslimthaipost Social Network :

Facebook Muslimthaipost
Youtube Muslimthaipost
Instagram Muslimthaipost
Twitter Muslimthaipost