จริงดิ! “ทรัมป์” ลั่นสหรัฐฯ จะเลิกจุ้นความขัดแย้งต่างชาติ-เน้นปราบ IS เป็นหลัก

8 ธค. 59     529

จริงดิ! “ทรัมป์” ลั่นสหรัฐฯ จะเลิกจุ้นความขัดแย้งต่างชาติ-เน้นปราบ IS เป็นหลัก
 


รอยเตอร์ - มหาเศรษฐี โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ผู้นำคนใหม่ของสหรัฐฯ ออกมายืนยันวานนี้ (6 ธ.ค.) ว่ารัฐบาลอเมริกันภายใต้การนำของตนจะหลีกเลี่ยงการแทรกแซงความขัดแย้งในต่างแดน และมุ่งเน้นไปที่การปราบปรามกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) เป็นหลัก
       
       ระหว่างเดินสาย “ขอบคุณ” ประชาชนในรัฐสำคัญๆ ที่ช่วยให้ตนเป็นผู้ชนะศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 8 พ.ย. ทรัมป์ยังได้ถือโอกาสนี้เปิดตัวว่าที่รัฐมนตรีกลาโหม พล.อ.เจมส์ แมททิส ต่อหน้าผู้สนับสนุนในเมืองเฟย์แย็ตวิลล์ ใกล้ๆ ฐานทัพฟอร์ตแบร็กก์ ซึ่งได้ส่งทหารอเมริกันออกไปปฏิบัติภารกิจใน 90 ประเทศทั่วโลก
       
       “หลังจากนี้เราจะไม่เพียรพยายามโค่นล้มรัฐบาลต่างชาติที่เราไม่รู้จัก และไม่ควรจะไปเกี่ยวข้องด้วย... แต่สิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญมากกว่าก็คือ การกำจัดลัทธิก่อการร้าย และทำลายกลุ่มไอเอส ซึ่งเราจะทำให้ได้” ทรัมป์กล่าว
       
       คำพูดของทรัมป์ในวันนี้ สอดคล้องกับจุดยืนต่อต้านสงครามอิรักที่เขาเคยประกาศในช่วงหาเสียง
       
       ทรัมป์ยังให้สัญญาว่าจะฟื้นฟูกองทัพแดนอินทรีให้กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง หลังจากที่ถูกตัดลดงบประมาณเกินเหตุ แต่แทนที่จะทุ่มเงินมหาศาลเพื่อทำสงครามในต่างประเทศ เขาจะนำเงินส่วนนี้ไปซ่อมแซมถนน สะพาน และสนามบินต่างๆ ในอเมริกาที่ชำรุดทรุดโทรม
       
       อย่างไรก็ดี ทรัมป์ยืนยันว่ารัฐบาลของเขาจะจัดสรรงบประมาณให้กองทัพมากขึ้น โดยจะขอให้สภาคองเกรสอนุมัติเพิ่มเพดานรายจ่ายด้านกลาโหม ซึ่งเคยถูกจำกัดด้วยมาตรการตัดลดรายจ่ายแบบอัตโนมัติ (sequestration)
       
       “เราไม่ต้องการเห็นกองทัพสหรัฐฯ ที่ร่อยหรอ... ที่ผ่านมาเราส่งทหารไปสู้รบในพื้นที่ต่างๆ ที่เราไม่ควรจะเข้าไปเลย แต่หลังจากนี้มันจะไม่ร่อยหรออีก” 
       
       ทรัมป์ระบุด้วยว่า ชาติใดก็ตามที่มีจุดมุ่งหมายเหมือนกันกับเขาก็ถือเป็นหุ้นส่วนของสหรัฐฯ
       
       “เราไม่ลืมหรอกครับ เรายังต้องการกระชับมิตรภาพเก่าๆ แต่ก็จะแสวงหามิตรภาพใหม่ๆ ด้วย” ทรัมป์กล่าว พร้อมระบุว่านโยบาย “แทรกแซงและก่อความวุ่นวาย” จะต้องยุติลงเสียที
       
       แม้สหรัฐฯ จะส่งทหารออกไปประจำการในดินแดนห่างไกลทั่วโลก แต่ก็ปฏิบัติภารกิจด้านสงครามอย่างจริงจังเฉพาะในภูมิภาคตะวันออกกลางเท่านั้น และส่วนใหญ่ก็คือในอิรักและซีเรีย
       
       “เราจะฟื้นฟูศักยภาพของกองทัพสหรัฐฯ โดยไม่ใช่เพื่อการรุกราน แต่เพื่อป้องกัน... หรือพูดง่ายๆ ก็คือ เราจะใช้ความเข้มแข็งสร้างสันติภาพ”
       
       ทรัมป์ ระบุว่า พล.อ.แมททิส เป็นบุคคลที่เหมาะสมกับตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม และเรียกร้องให้สภาคองเกรสยอมละเว้นกฎระเบียบซึ่งกำหนดไว้ว่า ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมจะต้องเกษียณจากกองทัพไปแล้วไม่ต่ำกว่า 7 ปี
       
       ด้าน แมททิส ซึ่งเพิ่งจะเกษียณจากตำแหน่งผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (US Central Command) เมื่อปี 2013 ก็บอกกับผู้สนับสนุนว่า “ผมพร้อมที่จะผันตนเองมาเป็นผู้นำพลเรือน หากสภาคองเกรสยอมละเว้นกฎ และวุฒิสภาให้ความเห็นชอบ”
       
       ทรัมป์กล่าวสำทับขึ้นมาว่า “เราจะช่วยให้คุณได้รับยกเว้นแน่นอน... เพราะถ้าคุณไม่ได้ จะมีคนมากมายที่รู้สึกโกรธแค้นแน่ๆ” 


www.manager.co.th

เป็นเพื่อน Line กับเรา

Muslimthaipost Social Network :

Facebook Muslimthaipost
Youtube Muslimthaipost
Instagram Muslimthaipost
Twitter Muslimthaipost