จับตา! เส้นทาง-จุดพักพิงชาวโรฮิงญา

16 พค. 58     2288

สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์: จับตา! เส้นทาง-จุดพักพิงชาวโรฮิงญา

keywords: ข่าวโรฮิงญา, เส้นทาง, ชาวโรฮิงญา, การค้ามนุษย์

จับตา! เส้นทาง-จุดพักพิงชาวโรฮิงญา

วันที่ 15 พ.ค. ดูเหมือนว่าปัญหาชาวโรฮิงญาจะถูกยกระดับขึ้นมาเป็นปัญหาในใหญ่ในภูมิภาคอาเซียน เมื่อรัฐบาลไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดประชุมเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวในปลายเดือนนี้

ชาวโรฮิงญาเป็นกลุ่มชนกลุ่มหนึ่งในเมียนมาร์ อาศัยอยู่ทางตอนเหนือของรัฐยะไย่ หรือชื่อเดิม อะระกัน ชาวโรฮิงญาบางส่วนได้ลี้ภัยออกนอกประเทศไปตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ประเทศบังกลาเทศ แม้จะมีถิ่นฐานอยู่ในเมียนมาร์ แต่ชาวโรฮิงญาก็ไม่ได้รับการรับรองสัญชาติจากรัฐบาล และถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนมาต่อเนื่องยาวนาน นี่เป็นสาเหตุหลักๆ ที่ชาวโรฮิงญาต้องอพยพหลบไปอยู่ประเทศที่สาม โดยมีไทยเป็นทางผ่าน เป้าหมายปลายทางอยู่ที่ประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซีย ซึ่งมีความคล้ายคลึงกันทางด้านกายภาพ ทั้งรูปร่าง สีผิว หรือแม้กระทั่งสีดวงตา และนับถือศาสนามุสลิมเหมือนกันอีกด้วย

ขบวนการค้ามนุษย์จะชักชวนให้ชาวโรฮิงญาเดินทางไปประเทศที่สาม โดยอ้างถึงรายได้ที่มากขึ้น นำมาสู่การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับครอบครัว วิธีการแรก ขบวนการค้ามนุษย์จะนำชาวโรฮิงญาขึ้นเรือเล็กที่จุคนได้ 5-10 คน ลักลอบออกจากท่าเรือในบังกลาเทศและเมียนมาร์ ก่อนจะถูกนำไปขึ้นเรือใหญ่สัญชาติไทยที่จอดรออยู่กลางทะเล เรือใหญ่ที่บรรทุกชาวโรฮิงญาจะเดินทางผ่านน่านน้ำไทย เข้าเทียบท่าที่จังหวัดระนอง สตูล โดยมีรถยนต์มารับ และไปส่งที่แคมป์ใหญ่กลางป่า ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่พบแคมป์ชาวโรฮิงญาบนเขาไม้แก้ว อำเภอปาดังเบซาร์ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นแคมป์ใหญ่สุด สามารถใช้เป็นแหล่งพักชาวโรฮิงญาได้นับพันคน

จับตา! เส้นทาง-จุดพักพิงชาวโรฮิงญา

วิธีการที่สอง ขบวนการค้ามนุษย์จะนำชาวโรฮิงญาเดินเท้าจากเมียนมาร์เข้าสู่ไทยบริเวณแนวตะเข็บชายแดนในจังหวัดกาญจนบุรี จากนั้นจะมีรถยนต์มารับ เพื่อกระจายชาวโรฮิงญา ไปตามสถานีรถไฟที่มีปลายทางอยู่ที่แคมป์ใหญ่ หรือสถานกักกันที่ตั้งอยู่กลางป่าเช่นเดียวกัน

และการเจรจาเรียกค่าไถ่ โดยขบวนการค้ามนุษย์ มักจะเริ่มจากที่แคมป์กักกันนี้ โดยจะติดต่อกับญาติชาวโรฮิงญาคนอื่น เพื่อข่มขู่เรียกรับเงินค่าไถ่ แลกกับการปล่อยตัวให้เป็นอิสระ ซึ่งถ้าผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินให้ บางครั้งผู้อพยพก็ไม่ได้รับการปล่อยตัว แต่กลับถูกส่งไปขายแรงงานในเรือประมง หรือสวนยาง ซึ่งเป็นการหาเงินต่อที่สองของขบวนการค้ามนุษย์ ส่วนกลุ่มที่ไม่มีเงินให้จะถูกทิ้งให้อดตาย ถูกทำร้ายอย่างทารุณ หรือถูกล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งหลักฐานจะเห็นได้จากหลุมศพที่เจ้าหน้าพบเป็นจำนวนมาก

จับตา! เส้นทาง-จุดพักพิงชาวโรฮิงญา

ในเวลานี้ทาง กอ.รมน. ได้ชี้แจงแนวทางในการปฏิบัติต่อผู้หลบหนีเข้าเมืองทางทะเลที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน 3 กรณีด้วยกัน คือ
1.ให้ความช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม ถ้าพบศพลอยทะเลในเขตน่านน้ำไทยก็จะเก็บศพขึ้นมา แต่ถ้าพบผู้บาดเจ็บก็จะให้ความช่วยเหลือและนำส่งเจ้าหน้าที่บนฝั่ง
2.ถ้าตรวจพบการลักลอบเข้าประเทศก็จะดำเนินการควบคุมและนำส่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
3.ถ้าตรวจพบเขตนอกน่านน้ำไทยก็จะแนะนำทิศทางการเดินเรือ เพื่อไม่ให้พลัดหลงเข้ามาในเขตน่านน้ำไทย

ส่วนการประชุมว่าด้วยการปัญหาค้ามนุษย์และการโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติของชาวโรฮิงญาที่รัฐบาลไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ โดยเชิญหลายฝ่ายเข้าร่วม แต่ท่าทีล่าสุดของนายซอ เท ผู้อำนวยการประจำสำนักประธานาธิบดีเมียนมาร์ บอกว่า เมียนมาร์คงจะไม่เข้าร่วมการประชุม เพราะมองว่าต้นตอของปัญหาที่เกิดขึ้นคือมีการค้ามนุษย์เพิ่มมากขึ้น และปัญหาเรื่องหลุมศพของผู้อพยพก็ไม่ใช่ปัญหาของเมียนมาร์ แต่เป็นผลเนื่องมาจากความอ่อนแอในการป้องกันการค้ามนุษย์และการรักษากฎหมายของไทยเอง

ส่วนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยมาเลเซีย วัน จูไนดี จาฟาร์ บอกว่า มาเลเซียจะส่งคนต่างด้าวเหล่านี้กลับประเทศ เราสามารถปฏิบัติหน้าที่ในเชิงมนุษยธรรมได้ แต่ไม่ใช่การเข้ามาในประเทศมาเลเซีย และมาเลเซียต้องส่งสัญญาณให้นานาชาติได้รู้ว่าโรฮิงญาไม่เป็นที่ต้องการของมาเลเซีย

ส่วนอินโดนีเซีย 1 ใน 2 ประเทศปลายทางของผู้อพยพชาวโรฮิงญา แม้ว่าจะมีชาวโรฮิงญาเดินทางเข้าไปได้บางส่วน แต่ท่าทีล่าสุดคือ อินโดนีเซียแถลงไม่ให้ผู้อพยพขึ้นฝั่งและไม่อนุญาตให้เข้าประเทศ

สหประชาชาติและสหรัฐต่างก็เรียกร้องให้ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เร่งให้การช่วยเหลือผู้อพยพเหล่านี้ ด้านนายโจ โลวรีย์ (Joe Lowry) โฆษกองค์กรผู้อพยพระหว่างประเทศ หรือ IOM ซึ่งเรียกร้องให้หลายประเทศในแถบนี้ช่วยกันรับและให้ที่พักพิงแก่ผู้อพยพโรฮิงญา เพื่อเห็นแก่มนุษยธรรม

ที่มา: สำนักข่าวไทย

hot.muslimthaipost.com

เป็นเพื่อน Line กับเรา