| มุสลิมไทย โพสต์ - ข่าวชู้สาว - ทหารหลอกเจาะไข่แดง ปมปัญหาใหญ่ หญิงม้าย ชายแดนใต้
เนชั่น รายงาน (5 มี.ค. 55) : นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล ประธานคณะยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า
การร้องเรียนมีเป็นจำนวนมาก จากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น 8 ปี วันนี้ความไม่เป็นธรรมเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาก็ต้องมีการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงหลังจากมีการร้องเรียน ปัจจุบันปัญหาความไม่เป็นธรรม ลามถึงปัญหาสังคม วิถีชีวิต
โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่มีทหารเกณฑ์ก่อปัญหาเรื่องชู้สาวกับหญิงสาวชาวมุสลิม ปัญหาชู้สาวก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง แต่ปัญหาการเผยแพร่คลิปวีดีโอ เป็นการกระทำที่ทุกศาสนารับไม่ได้ เป็นเรื่องใหญ่นำไปสู่ความแตกร้าวในสังคม นำไปสู่ความไม่เข้าใจระหว่างประชาชนในพื้นที่กับกองทัพ ที่ดูแลรักษาความปลอดภัยที่จะมาสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนใต้
ตั้งแต่ปี 2547 ถึงปัจจุบัน
ปัญหาชู้สาวเกิดขึ้นจำนวนมาก ส่วนหนึ่งความชอบพอจริง แต่ส่วนหนึ่งตกลงเลี้ยงดู มีการสู่ขอ นำผู้หญิงชายแดนใต้กลับไปอยู่ภาคต่างๆที่ทหารเหล่านั้น มีภูมิลำเนาแต่ปัญหาที่ตามมาคือวัฒนธรรมวิถีชีวิตไม่เหมือนกัน ทำให้ผู้หญิงเหล่านั้นต้องกลับจังหวัดชายแดนภาคใต้ จนขณะนี้มีผู้หญิงหม้ายเกิดจากสามีทอดทิ้งและไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่กับเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นทหารที่ทำงานในจังหวัดชายแดนใต้เป็น กลายปัญหาสังคมปัญหาใหญ่ที่ต้องสะสาง
ประธานคณะยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า เรื่องนี้แม่ทัพภาคที่ 4 เข้าใจดี และพยายามอบรมกำลังพลต่างๆมาจากภาคต่างๆ เข้าใจวิถีชีวิตคนพื้นที่ โดยเฉพาะอย่าสร้างปัญหา ชู้สาว แต่เรื่องนี้ไม่สามารถทำให้จบได้ เพราะเป็นปัญหาหนุ่มสาว

"ผมอยากให้ผู้นำศาสนามีบทบาทมากกว่านี้ ทุกปัญหา อย่ามองว่าเป็นเรื่องของกองทัพ และ ศอ.บต. ต้องแก้ไข แต่สถาบันศาสนา ผู้นำศาสนาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องมีส่วนร่วมในการแก้ไขโดยเฉพาะเรื่องชู้สาว เพราะผู้นำศาสนาสามารถทำความเข้าใจได้ดีกว่าคนอื่น ซึ่งปัญหานี้มีประมาณนับพันคนแล้วในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้" นายไชยยงค์ ระบุ
จากปัญหาดังกล่าว ทำให้ได้ข้อคิดอย่างหนึ่งว่าความรักที่ถูกต้องนั้นควรมีเหตุและผลตามมาด้วย มิฉะนั้นหากแล้วแต่งงานไปแล้วมาเลิกรา ผู้หญิงนั่นแหละจะลำบาก หลักในการเลือกคู่ครองตามหลักศาสนาอิสลาม จะเน้นที่คนๆ นั้นต้องเป็นศาสนิกชนที่ดี มีความศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้าและศาสนาเป็นที่ตั้ง ยิ่งถ้าเป็นคนต่างศาสนิกแล้วมาเข้ารับอิสลามนั้นก็ต้องปฏิบัติตามหลักศาสนาอย่างเคร่งครัด
วิธีในการเลือกคู่ ศาสนาเปิดโอกาสให้คนทั้งสองคนได้ทำความรู้จัก และเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ก่อนแต่งงานอยู่กินฉันสามีภรรยา ต้องทำความรู้จักกัน โดยอาศัยการมอง ที่พินิจ พิจารณาอีกฝ่ายหนึ่งอย่างมีสติ ว่าเป็นคนที่มีคุณสมบัติพร้อม ในการอยู่ร่วมกัน ได้จริงๆ ไม่ใช่เกิดจากความ เสน่หาอารมณ์แต่อย่างเดียว อีกอย่างการทำความ รู้จักของทั้งคู่ ก็ไม่ใช่ว่า จะทำได้อย่างเสรี ซึ่งข้อจำกัดอย่างที่ทราบกันดี ว่าชายหญิงที่ยังไม่นิกะห์กันไม่สามารถอยู่ด้วยกัน 2 ต่อ 2 ได้ ตามหลักศาสนาอิสลามมองว่า ความรักของชายหญิง โดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่น เป็นความรักที่เกิดจากความพอใจเพียงรูปลักษณ์ภายนอก และความเสน่หาอารมณ์ ไม่ใช่เป็นความรักที่เกิดจากการพิจารณาไตร่ตรองให้ดีก่อน
การแต่งงานในศาสนาอิสลามถือเป็นเรื่องจริงจัง ไม่ใช่เรื่องที่ใคร จะมาล้อเล่นกันง่ายๆ ดังนั้นการจะร่วมหอลงโลงกับใครสักคนควรมองไปถึงอนาคต เพราะการแต่งงานคือ พิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ที่เกิดจากการ ยินยอม อย่าง แข็งขัน ของทั้ง ฝ่ายชาย และหญิงในการอยู่ร่วมกัน ไม่เหมือนกับการซื้อเสื้อผ้า ที่สามารถขอเปลี่ยน ตัวใหม่ได้ ทันที ถ้ารู้สึกว่าตัวนี้ไม่ชอบเอาซะเลย เพราะศาสนา อิสลามถือว่า คู่ครอง ที่แต่งงานด้วยคือเนื้อคู่ที่จะอยู่ด้วยกันจนวันตาย "การแต่งงาน ถือว่าเป็นการปฏิบัติตามคำสอนของพระเจ้าอย่างสมบูรณ์ไปแล้วครึ่งหนึ่ง"
|