Register | Sign In
เกี่ยวกับเรา | Mobile version | ePaper edition
ติดต่อโฆษณา | ส่งข่าว/ประชาสัมพันธ์ | ติดต่อสำนักข่าว
  1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15 
รวมช่องทีวีมุสลิม บรรจง yateem tv
white channel tmtv มุสลิม
ดูทีวีออนไลน์ ดูทีวีออนไลน์ช่อง3 ดูทีวีช่อง7
ดูทีวีช่อง9 ดูทีวีช่อง5
            
เลือกเวลาละหมาด
จังหวัด

หน้าแรก  | ข่าววันนี้  | แวดวง กอท.  | ข่าวการเมือง  | มัตตาเฟ่  | เว็บบอร์ด  | ก้าวทันโลก  | มองเอเชีย  | ผู้หญิงนะคะ  | สุขภาพ  | ข่าวธุรกิจ  | ฮาลาลหะรอม  | คลิบ มุสลิมไทย โพสต์

  ไทยรัฐออนไลน์

ร.ต.อ. เจษฎา เจตภรณ์ ข่าวล่าสุด วันนี้

เข้า Facebook สำนักข่าวมุสลิมไทย www.facebook.com/muslimthaiclub 
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน

ศาลอาญารัชดา อ่านคำพิพากษาศาลในคดีที่ ร.ต.อ. สน.ห้วยขวาง ยิงแท็กซี่เจ็บ พิเคราะห์แล้ว มีพยานเห็นหน้าชัดเจน จึงสั่งจำคุก 10 ปี

ศาลอาญารัชดา อ่านคำพิพากษาศาลในคดีที่ พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ร.ต.อ.เจษฎา เจตภรณ์ อดีตรอง สว.สส.สน.ห้วยขวาง เป็น จำเลยในความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือ ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร

จากกรณีที่ ร.ต.อ.เจษฎา ถูกกล่าวหาว่า ใช้อาวุธปืนยิงแท็กซี่ เมื่อวันที่ 18 ก.ค.2553 ในเขตพื้นที่ สน.วังทองหลาง ซึ่งภายหลังจับกุม ผู้บังคับบัญชา จึงมีคำสั่งให้ ร.ต.อ.เจษฎา ออกจากราชการไว้ก่อน จนศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่าพยานโจทก์ สามารถจดจำใบหน้าของจำเลยได้อย่างชัดเจน เพราะมีปากเสียงกันเรื่องที่จอดรถ อีกทั้ง จำเลย ยังพูดจาท้าทายผู้เสียหายด้วย ขณะที่ คำเบิกความของพยานจำเลย ศาลเห็นว่าเป็นเพียงการกล่าวอ้าง ไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานโจทก์ได้ เห็นว่าจำเลยกระทำผิดจริง พิพากษาลงโทษจำคุก 10 ปี

 

 

333

 

ศาลอาญาพิพากษาจำคุก 10 ปี อดีตรอง สว.สส.สน.ห้วยขวาง ฐานพยามฆ่าชักปืนยิงขู่คนขับแท็กซี่ที่จอดรถขวางทาง ขณะเดียวกันการตรวจหลักฐานยังพบเขม่าดินปืนที่กระจกรถคันก่อเหตุ และกระสุนปืนตรงกับเหตุที่จำเลยเคยยิง “น.อ.” ราชนาวี เสียชีวิตคาปิคอัพเมื่อปี 53 ด้วย
       
       วันนี้ (31 ม.ค.) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 612 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.850/2554 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ฟ้อง ร.ต.อ.เจษฎา เจตภรณ์ อดีตรอง สว.สส.สน.ห้วยขวาง เป็นจำเลยในความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองฯ และพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 371, พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490
       
       โดยคดีนี้โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ 18 ก.ค.53 เวลากลางคืนก่อนเที่ยง จำเลยมีอาวุธปืนพกออโตเมติก ยี่ห้อกล็อก ขนาด 9 มม. และกระสุนปืนขนาด 9 มม.ไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัด ติดตัวไปซอยจำเนียรเสริม เขตวังทองหลาง โดยไม่ได้รับใบอนุญาต แล้วจำเลยใช้อาวุธปืนยิงนายมณเฑียร จิตตระกูล อายุ 46 ปี ผู้เสียหายคนขับรถแท็กซี่โดยมีเจตนาฆ่า แต่การกระทำไม่บรรลุผล เหตุเกิดที่แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กทม.
       
       ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานนำสืบทั้งสองฝ่ายแล้วเห็นว่า โจทก์มีนายมณเฑียร ผู้เสียหาย เบิกความว่า ตามวันเวลาที่เกิดเหตุขณะขับรถสวนกับรถตู้โตโยต้า อัลพาร์ด สีดำ สามารถจดจำทะเบียน 1818 กรุงเทพมหานคร ของคนร้ายได้อย่างแม่นยำ โดยไฟด้านรถฉายส่องด้านคนขับในรถตู้พบเป็นจำเลยอยู่ในสภาพหน้าแดงคล้ายคนเมาสุรา จอดขวางกันอยู่กลางซอย โดยจำเลยตะโกนถามว่า “มึงจะถอยหรือไม่” กระทั่งรถเคลื่อนผ่านสวนกัน จำเลยและผู้เสียหายต่างลดกระจกลงจนสุด จึงสามารถจดจำใบหน้าจำเลยได้อย่างแม่นยำ ก่อนที่จำเลยจะพูดว่า “มึงจะเอาไหม มึงจะเอาไหม” พร้อมกับชักปืนขึ้นยิงขู่ เห็นว่าผู้เสียหายสามารถจดจำใบหน้าของจำเลยได้ ภายหลังพนักงานสอบสวนนำตัวจำเลยไปให้ผู้เสียหายชี้ยืนยันก็สามารถชี้ตัวจำเลยได้โดยไม่มีการลังเล
       
       นอกจากนี้ จากการตรวจพิสูจน์รถตู้โตโยต้าของจำเลย ยังพบคราบเขม่าดินปืนที่บริเวณกระจกประตูข้างคนขับ อีกทั้งปลอกกระสุนที่พบในที่เกิดเหตุยังตรงกับปลอกกระสุนที่จำเลยได้ก่อเหตุยิง น.อ.วุฒิชัย บุญฤทธิ์ นายทหารสังกัดกรมกำลังพลทหารเรือ พระราชวังเดิม กองทัพเรือ เสียชีวิตคารถยนต์ปิกอัพ ในท้องที่ สน.ห้วยขวาง เมื่อวันที่ 2 พ.ย.53 อีกด้วย
       
       จำเลยต่อสู้ว่า ขณะเกิดเหตุนั้นเข้าเวรอยู่ที่ สน.ห้วยขวาง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 2 นาย ส่วนที่ไม่ส่งมอบปืนให้แก่พนักงานสอบสวนเนื่องจากไม่มั่นใจในกระบวนการสอบสวนของตำรวจ เห็นว่าจำเลยเป็นข้าราชการตำรวจย่อมทราบดีว่าหากมีพยานหลักฐานใดที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าตนเองไม่ได้กระทำความผิด ย่อมต้องรีบพิสูจน์แสดงหลักฐานตั้งแต่แรก ส่วนที่อ้างว่าขณะเกิดเหตุนั้นเข้าเวรอยู่ที่ สน.ห้วยขวาง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นายเบิกความนั้น เห็นว่าเป็นการเบิกความเพื่อช่วยเหลือให้จำเลยพ้นจากความผิด ซึ่งง่ายต่อการกล่าวอ้าง พยานหลักฐานจำเลยไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานโจทก์ ส่วนความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองฯ และพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองฯ ให้ยกฟ้อง เนื่องจากโจทก์ไม่สามารถยึดปืนกระบอกดังกล่าวได้
       
       พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ลงโทษจำคุกเป็นเวลา 10 ปี

จำนวนผู้ชม 636
tags:
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ข่าวล่าสุดในหมวดเดียวกันนี้

10 อันดับข่าวฮ็อตในรอบสัปดาห์

บทความดีๆ
ดูทั้งหมด   
ติดต่อ มุสลิมไทย โพสต์ | ระบบช่วยเหลือ | สมัครสมาชิก | ฟรีดาวน์โหลด | ฟังวิทยุออนไลน์
ถ่ายทอดสดจากมัสยิดอัลฮะรอม มักกะฮ์ Link 1, Link 2 | ถ่ายทอดสดจากมัสยิดนาบาวี มาดีนะห์ Link 1, Link 2
MNet Solution | นโยบายสำนักข่าว | เงื่อนไขการบริการ | ติดต่อลงโฆษณา
แผนผังเว็บไซต์ | เพิ่มความเร็วการเข้าเว็บ | อัพเกรดบราวเซอร์
Follow MTP On:  Facebook |  RSS |  Mobile
Copyrights © 2011 www.muslimthaipost.com All Rights Reserved | www.muslimthai.com | Hosting by
สารบัญเว็บไซต์ Muslimthaipost.com
SubDomain หน้าหลัก